ผอ.โรงเรียนดัง แจงนักเรียนเข้าค่ายธรรมะจนเป็นไบโพลาร์ ยังไม่ฟันธงสาเหตุการป่วยมาจากค่าย ชี้ เด็กมีอาการแบบนี้มาก่อนแล้ว ด้านศิษย์เก่ารุ่นพี่ เผย รุ่นน้องเล่าเป็นจริงตามข่าว...
จากกรณีกระทู้แฉค่ายธรรมะ บังคับเด็กร่วมกิจกรรม ไม่เช่นนั้นจะไม่ผ่าน โดยกิจกรรมมีการเปิดคลิปน่ากลัว สะเทือนใจ กดดันจนเด็กร้องไห้ตลอด 3 วันในค่าย ทำให้หลังจบกิจกรรมมีเด็กบางคนเกิดอาการแปลกๆ ร้องไห้ทุกวัน ก้มกราบทุกคนในบ้านทุกคืน จนต้องพาไปพบจิตแพทย์ และต้องหยุดเรียน 1 ปี
ล่าสุด วันที่ 27 พ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สุรินทร์ เนียมสุวรรณ์ ผอ.โรงเรียนศรียาภัย พร้อมคณะครู อาจารย์ เปิดห้องแถลงข่าวกรณีนักเรียนเข้าค่ายคุณธรรม โดยมีพระมาบรรยายในรูปแบบกดดันจิตใจเด็กนักเรียน และให้ทำกิจกรรมต่างๆ ดูคลิปวิดีโอที่ก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์มีทั้งดีใจ เสียใจ ร้องไห้ และหัวเราะ เพื่อฝึกจิตใจของเด็กนักเรียน จนมีนักเรียนรายหนึ่งถูกกดดันจนเป็นไบโพลาร์ โรคซึมเศร้า ตื่นกลัว และมีอาการแปลกๆ จนผู้ปกครองต้องพาไปหาแพทย์รักษา ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อออนไลน์นั้น
ดร.สุรินทร์ เนียมสุวรรณ์ ผอ.โรงเรียนศรียาภัย กล่าวว่า ตนเพิ่งย้ายมาเป็น ผอ. เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบข้อมูลการทำกิจกรรมค่ายคุณธรรมของโรงเรียนช่วงที่เกิดปัญหาในปี 2557 เป็นนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 จำนวน 1,200 คน ผลการประเมินโครงการนักเรียนมีความประพึงประสงค์ระดับดีมาก ผลความสำเร็จตัวชี้วัด 86.40%
...
ส่วนปัญหาของนักเรียนที่พบ คือ สถานที่แออัด ร้อนอบอ้าว เพราะเป็นช่วงเดือน เม.ย. ส่วนกิจกรรมเข้าค่ายมีความเคร่งเครียด มีเวลาพักน้อย ห้องน้ำไม่สะอาด สำหรับข้อเสนอแนะของนักเรียนนั้น คือ การบริการอาหาร และสถานที่ควรปรับปรุง ควรเสริมกิจกรรมนันทนาการให้มากๆ เพราะจะไม่ทำให้นักเรียนเคร่งเครียดจนเกินไป นักเรียนยังปรับตัวไม่ทันกับกิจกรรมดังกล่าว
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า กิจกรรมบางอย่างอาจเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นสิ่งเร้าในการกระตุ้นให้เด็กเกิดอาการดังกล่าว แต่ก็ไม่ฟันธงเลยทีเดียวว่าเกิดมาจากค่ายคุณธรรม เพราะจากข้อมูลของผู้ปกครองนั้น เด็กได้มีอาการดังกล่าวมาก่อนแล้วที่จะมาเรียนหนังสือ และเข้าค่ายคุณธรรม ปัจจุบันลักษณะการเข้าค่ายคุณธรรมได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงแล้ว โดยจะให้นักเรียนไปเข้าค่ายคุณธรรมที่วัดพรุใหญ่ อ.ปะทิว เป็นการทำกิจกรรมทางศาสนา และศึกษาธรรม เช่น การนั่งสมาธิ เพื่อทำให้จิตใจสงบ ไม่มีกิจกรรมกดดันใดๆ ทั้งสิ้น
ด้านนายสุนทร ไกรมาก ปลัดอำเภอท่าแซะ บิดาของเด็กชายคนที่มีอาการดังกล่าว กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงที่ลูกชายตนเรียนชั้น ม.4 ระหว่างเข้าค่ายคุณธรรม ครูได้โทรศัพท์มาบอกว่าลูกไม่สบาย ตนจึงเดินทางมาหาและพบว่าลูกมีการตื่นตกใจ ซึ่งตนก็ให้กำลังใจลูกและให้อยู่ร่วมกิจกรรมต่อจนเข้าค่ายเสร็จสิ้น หลังกลับบ้านลูกชายก็ยังมีอาการตื่นตกใจและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จึงพาไปปรึกษาแพทย์ และวินิจฉัยว่าเป็นโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์ 2 ขั้น ซึ่งสาเหตุเกิดมาจากสารสื่อประสาทในสมองขาดความสมดุล
ทั้งนี้ แพทย์ได้ให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลระยะหนึ่ง และให้ยามาทานที่บ้านจนอาการก็ดีขึ้น จนลูกเรียนจบ ม.6 แล้วไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยช่วงปี 1 ลูกตนเรียนดีได้เกรด 3.9 แต่เมื่อขึ้น ปี 2 ทางมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมมาก ลูกจึงไม่กินยาที่แพทย์ให้ เพราะกินแล้วจะทำให้ง่วงนอน ไม่สามารถทำกิจกรรมได้จนทำให้โรคดังกล่าวกำเริบขึ้นอีก และได้มีเพื่อนของลูกที่ทราบประวัติและรู้เรื่องอาการที่เกิดขึ้นจึงนำไปโพสต์ในสื่อโซเชียลจนเป็นข่าวดังขึ้นมา แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจว่าลูกชายจะเป็นโรคไบโพลาร์ สาเหตุมาจากการทำกิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรมของโรงเรียน เพราะก่อนหน้านี้ลูกก็พอจะมีอาการลักษณะนี้มาก่อนบ้างแล้ว
ด้าน นายเตชิต พลนิล อายุ 24 ปี ศิษย์เก่าโรงเรียนศรียาภัย กล่าวว่า ตนจบมาแล้ว 5 ปี วันนี้ทราบว่าจะมีการแถลงข่าว จึงได้มาร่วมฟังด้วยว่าผู้ปกครอง และ ผอ.จะพูดอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่เมื่อฟังแล้วยังไม่มีความชัดเจนทั้งจากผู้ปกครอง และ ผอ. โดยเฉพาะท่าน ผอ. ซึ่งเพิ่งจะย้ายมาใหม่ ท่านได้รับข้อมูลมาเท่าที่ท่านรับมา แต่ทำไมครูอาจารย์ที่เป็นผู้จัดค่ายคุณธรรม จึงไม่ได้มาร่วมแถลงในวันนี้ ซึ่งจะเป็นผู้ที่รู้เรื่องจริงทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาทราบปัญหานี้บ้างหรือไม่ นายเตชิต ตอบว่า ก็เคยมีน้องๆ มาเล่าให้ฟังหลายคนว่า การเข้าค่ายคุณธรรมในช่วงนั้นมีการทำกิจกรรมในลักษณะนั้นจริงๆ ตามที่มีผู้โพสต์เรื่องราวลงในสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นการกดดันจิตใจนักเรียนที่ยังมีอายุน้อยแค่ 15, 16 ปี ซึ่งถือว่ายังเด็กที่จะรับกับความกดดันในลักษณะนั้นได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- 4 ปีไม่เคยลืม! แฉค่ายธรรมะ กดดันเด็กจนพบจิตแพทย์ ดรอปเรียน ร้องไห้ทุกวัน
- เปลือยด้านมืด! เปิดใจ รุ่นพี่ร่วมสถาบัน เชื่อรุ่นน้องป่วยเพราะค่ายธรรมะ