"อดีตนายกแพทยสภา" ชี้ หากหมอข่มขืนคนไข้จริง โทษสูงสุดคือโดนถอนใบอนุญาต ไม่สามารถทำอาชีพนี้ได้อีก ขณะที่ "ทนายดัง" เผยโทษตามกฎหมายอาญา ต้องจำคุก 20 ปี ปรับ 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้่งปรับ...
จากกรณี ทนายศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ "ทนายนิด้า" ออกมาเปิดเผยเรื่อง หมอใหญ่คนหนึ่ง กระทำชำเราคนไข้หญิงรายหนึ่ง โดยใช้ของปลอมสอดใส่ขณะตรวจภายในคนไข้ ตามข่าวที่เสนอไปนั้น (อ่านข่าว ที่นี่)
ทางด้าน นายสมศักดิ์ โล่ห์เลขา อดีตนายกแพทยสภา เปิดเผยต่อ ทีมข่าวเจาะประเด็น ว่า ทั่วไปเวลาหมอตรวจภายในต้องมีคนเป็นพยานในห้องนั้นด้วย 1 คน ห้ามทำการตรวจกันเพียงสองต่อสอง ต้องมีพยาบาลยืนเป็นพยาน ไม่ว่าหมอคนนั้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม
"แต่ถ้าหากแพทย์ กระทำชำเราคนไข้หรือข่มขืนจริงนั้น บทลงโทษก็ต้องพิจารณาตามความแรงร้าย ตั้งแต่การตักเตือน, ภาคทัณฑ์ หรือพักใช้ใบอนุญาต แต่ถ้าหากรุนแรงมากๆ ต้องเพิกถอนใบอนุญาต ก็จะไม่สามารถกลับมาทำอาชีพนี้ได้อีก" นายสมศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ ทนายรณณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เผยว่า ก่อนอื่นจะต้องให้ทางการแพทย์ยืนยันมาก่อน ว่าอุปกรณ์ที่ใช้สอดใส่เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ จริงหรือไม่ หากยืนยันว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้รักษาหรือช่วยคนไข้ได้จริง ก็ไม่มีความผิดตามกฎหมาย
"แต่หากพิสูจน์แล้ว ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หมอที่ทำการตรวจภายในจะมีความผิดตามกฎหมายทันที อย่างเบาก็เป็นการทำอนาจาร ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 278 โทษจำคุก 10 ปี ปรับ 200,000 บาท แต่ถ้าข่มขืนจริงถือเป็นโทษอย่างหนัก ผิดกฎหมายอาญา 276 โทษจะเพิ่มเท่าตัว เป็นจำคุก 20 ปี ปรับ 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้่งปรับ"
...
"ต้องเข้าใจก่อนว่าตามกฎหมายนั้น แม้ไม่ได้ใช้อวัยวะเพศจริง ใช้ของปลอมล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาว ก็อาจถือเป็นการข่มขืนได้ ต้องดูที่เจตนาผู้กระทำ ว่าเป็นการทำเพื่อความใคร่ของตนเองหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าหากคนทำผิดเป็นทอม ไปข่มขืนผู้หญิงด้วยกัน อาจด้วยการใช้นิ้วล่วงละเมิด หรือเอาอวัยวะเพศปลอมสอดใส่เข้าไป ก็อาจถือว่าเป็นการข่มขืนได้เช่นกัน" ทนายรณณรงค์ กล่าว.