'ทนายรณณรงค์' มอง ถ้าไม่ใช่ 'อัจฉริยะ' เข้ามาช่วยคดีสาวถูกสาดน้ำกรด และลูกสาววัย 12 ปี คงเงียบอีกตามเคย ชี้ผู้เสียหายส่วนใหญ่มักมีทัศนคติว่า ไม่ได้รับความยุติธรรมเวลาฟ้องร้องเรื่องการรักษา
แฟนเพจเฟซบุ๊ก ทนายคู่ใจ โดยมี ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ซึ่งเป็นแอดมินเพจ ระบุว่า คดีพ่อเลี้ยงสาดน้ำกรดแม่จนเสียชีวิต มี 3 ประเด็นที่ต้องรู้ คือ 1. ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ทำให้มีคนเสียชีวิต และตายต่อหน้าลูก
2. ปัญหาสิทธิ์การรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดหาให้ตามกฎหมาย แต่ถูกละเลยจนขยายผลมาเรื่องว่ายากจน (ส่วนต่างต้องจ่ายเองทำให้เดินทางไปรักษาโรงพยาบาลรัฐที่อยู่ไกลออกไป) ทั้งที่เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย
3. ปัญหาการเจรจา ฝ่ายหมอเลือกจะเจรจาเอง แต่คุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่จนเห็นภาพชี้หน้ากันไปกันมาระหว่างหมอกับคนไข้
อย่างไรก็ตาม หลายปีแล้วที่ไม่ได้เห็นภาพคนไข้ทะเลาะกับหมอเรื่องการรักษาพยาบาลส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าถ้าไม่ใช่เพราะพี่อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ามาช่วยเหลือคดีนี้คงจะเงียบไป เนื่องจากว่าการร้องเรียนโรงพยาบาลผ่านสื่อ มักจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหายเป็นส่วนใหญ่
...
โดยส่วนมากผู้เสียหายที่เป็นคนยากจนก็จะเลือกที่จะเงียบ หรือถ้าหากจะมีการฟ้องหมอ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีค่อนข้างสูงกว่าคดีทั่วไป และคดีค่อนข้างยาก เพราะแบบนั้น เราไม่ค่อยเห็นคนมาร้องเรียนผ่านสื่อ ก็เพราะเรื่องการฟ้องร้อง นอกจากนี้สื่อเองก็ยังเซ็นเซอร์ตัวเองไม่ค่อยนำเสนอข่าวโรงพยาบาลรักษาผิดพลาด หรือความประมาทที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล เพราะสื่อก็จะโดนฟ้อง
อย่างไรก็ตาม ที่เราไม่เห็นความเสียหายในทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเสียหาย เพียงแต่เสียงของพวกเขาไม่ดัง หรือเขาไม่ได้มีเงินที่จะดำเนินคดีเองได้ นอกจากนี้ การร้องเรียนหมอต่อหน่วยงานทางการแพทย์ มักไม่ค่อยได้รับความยุติธรรมในมุมของคนไข้ มักจบด้วยคำว่าช่วยเหลือพวกพ้องตามทัศนคติของคนไข้ที่ร้องเรียนเข้าไป
"คดีนี้ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ในรอบ 10 ปี เอาใจช่วยให้ญาติผู้ตายได้รับความยุติธรรมในมุมของเขาอย่างเต็มที่ ยิ่งเห็นญาติเป็นเด็กตัวเล็กๆ ยิ่งน่าสงสาร"