ส่งฝากขัง 2 ผู้ต้องหาฉ้อโกงข้าวหมื่นกล่อง ส่วนจะได้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับศาล ยืนยันไม่พบมีตำรวจเกี่ยวข้อง แฉประวัติเคยหลอกญาติพี่น้อง ค้ำประกันรถ จนทำถูกยึดบ้าน-ที่ดิน ขายทอดตลาดใช้หนี้ ...
วันที่ 8 พ.ย. ที่ สภ.พญาแมน อ.พิชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นางธนิตา จันทร์อิ่ม อายุ 37 ปี ผู้ชักชวน และ น.ส.กัญจ์หทัย สุกใส อายุ 40 ปี ผู้ทำสัญญา ผู้ว่าจ้างทำข้าวหมื่นกล่องสอบปากคำเพิ่ม หลังจากเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา สอบปากคำนานหลายชั่วโมง ก่อนที่ปล่อยตัวชั่วคราวไป เมื่อเวลาประมาณ 24.00 น.
โดยการสอบปากคำครั้งแรก นางธนิตา และนางสาวกัญจ์หทัย ยืนยันว่า ไม่ได้หลอกลวงผู้ทำสัญญารับจ้าง อ้างว่าผู้ทำสัญญา ทำผิดตามสัญญาเอง โดยไม่ส่งข้าวกล่องตามเวลาที่ได้กำหนดในสัญญา ยืนยันจะขอฟ้องคดีแพ่ง กับผู้ทำสัญญารับจ้างที่กล่าวหา ขณะที่ตำรวจรวบรวมหลักฐาน พบว่านางธนิตา และนางกัญจ์หทัย ไม่มีสัญญากับบริษัทใดตามที่แอบอ้าง เนื่องจากไม่พบว่า มีการโอนเงินเพื่อทำธุรกรรม
ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจภูธรพญาแมน คุมตัวนางสาวกัญจ์หทัย มาสอบปากคำเพิ่ม จากนั้น เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นางธนิตา และนางสาวกัญจ์หทัย ขึ้นรถเพื่อนำไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทั้งคู่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว
โดย พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ รรท.ผบก.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า วันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหา 2 คนมาสอบ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกอย่างมีหลักฐานแน่นหนาที่สุด ในการพิสูจน์ความผิด หรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา เพื่อนำคดีขึ้นศาล และให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย
โดยนำผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล หากศาลไม่ให้ประกันตัวก็เข้าเรือนจำ หรือหากให้ประกันตัวในชั้นศาล ก็จะต้องรายงานตัวทุกระยะ
...
นอกจากนี้ ฝ่ายทหาร ตำรวจ และปกครอง ได้หารือร่วมกันสืบสวนขยายผลต่อ เพื่อหาว่ามีใครร่วมในขบวนการนี้อีกหรือไม่ และมีเหยื่อที่ถูกหลอกลวงเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อรวบรวมหลักฐานเอาผิดต่อไป แต่ในชั้นนี้ ผู้ต้องหายังไม่มีการซัดทอดใครเพิ่ม ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่เคยได้รับความเสียหายจากผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
พล.ต.ต.พยูห์ กล่าวด้วยว่า ทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างโปร่งใส รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่มีเจ้าหน้ารัฐคนใดเข้าไปยุ่งเกี่ยว ส่วนที่มีการระบุว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องในขบวนการในการช่วยไกล่เกลี่ยนั้น ยังไม่พบ หากมี ผู้เสียหายคงถูกบังคับให้เป็นผิด
ด้าน พล.ต.ชัยเดช สุรวดี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 กล่าวว่า คดีนี้เป็นความเดือดร้อน เสียหายของประชาชน ทหารจึงเข้าร่วมดำเนินการ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารบก ในทำหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ มาร่วมขจัดความเดือดร้อนของประชาชนให้สำเร็จเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ นางธนิตา มีคดียักยอกทรัพย์ 4 คดี ฉ้อโกง 4 คดีปลอมแปลงเอกสาร 1 คดี และยาเสพติด 1 คดี ซึ่งทั้งหมดยังอยู่ในระหว่างประกันตัวอยู่ ก่อนหน้านี้นางธนิตา ได้ฉ้อโกงญาติพี่น้องซึ่งค้ำประกันรถยนต์ จำนวน 4 คัน ที่ได้ออกมาพร้อมๆ กัน ในจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดพิษณุโลก แต่นางธนิตา ไม่เคยส่งค่างวดเลย ทำให้ผู้ค้ำประกันถูกยึดบ้านพร้อมที่ดินขายทอดตลาดเพื่อชดใช้หนี้
ล่าสุด พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้รับการประสานมาจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่า วันจันทร์ที่ 12 พ.ย. นางสาวนภัสวรรณ ยิ้มเจริญ อายุ 26 ปี ลูกสาว นายอัครเดช ยิ้มเจริญ อายุ 53 ปี ชาว อ.เมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเคยได้สัมปทานเกี่ยวกับข้าวกล่อง และถูกปรับไปรวมทั้งหมด 3 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 20 กันยายน 60 ได้เสียชีวิต จะเข้ามาแจ้งความดำเนินคดี ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองฝ่ายเช่นกัน.