จิตใจคนเราไม่เหมือนกัน! พบ คนป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอนอาการหนักริมกำแพงวัดพระบาทน้ำพุ คาดญาตินำมาทิ้งไว้ ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์นานาทัศนะ ส่วนใหญ่อยากช่วยเหลือ

แฟนเพจเฟซบุ๊ก วัดพระบาทน้ำพุ โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า "การนำผู้ป่วยมาทิ้งไว้ข้างกำแพงหน้าวัดอาจเป็นทางเลือกที่ง่าย แต่เป็นทางเลือกที่ไม่เป็นผลดีสำหรับคนไข้ ปัจจุบันโรคเอดส์สามารถรักษาและควบคุมอาการได้หากผู้ป่วยได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ"

อย่างไรก็ตาม การนำผู้ป่วยมาฝากให้วัดพระบาทน้ำพุดูแล ทางวัดต้องมีเอกสารหลายอย่างในการนำส่งตัวผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นประวัติการรักษา เอกสารส่วนตัว ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบเซ็นยินยอมของญาติ และการพูดคุยทำความเข้าใจกับญาติในการรับผู้ป่วย

ทั้งนี้ เพราะวัดพระบาทน้ำพุ ไม่รู้ประวัติผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยสื่อสารได้ดีก็ดีไป ถ้าสื่อสารไม่ได้เราต้องนับ 1 กันใหม่ตั้งแต่เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ ว่ามีโรคแทรกซ้อนหรือไม่ ต้องทำการรักษาโรคแทรกซ้อนก่อนไหม รายละเอียดค่อนข้างเยอะมาก ถ้ามีประวัติการรักษาวัดจะประสานกับทางรพ.เก่า เพื่อขอประวัติการรักษาและรักษาต่อเนื่องต่อไป ซึ่งถ้าไม่มีขั้นตอนตรงนี้ค่อนข้างใช้เวลา

...

อย่างไรก้ตาม ถ้าผู้ป่วยที่มามีอาการหนักบางครั้งอาจไม่ทันการ และถ้าทิ้งแบบไม่มีเอกสารประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน วัดจะต้องไปแจ้งความ และอีกสารพัดอย่างถ้าผู้ป่วยต้องรักษาตัว ผ่าตัด เจาะเลือด ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ใครจะเป็นผู้ยินยอม วัดไม่สามารถทำแทนได้

"ไหนๆ ก็เอาผู้ป่วยมาถึงหน้าวัดแล้ว อยู่รอพบเจ้าหน้าที่สักหน่อย สอบถามพูดคุยกัน บ่อยครั้งที่ญาตินำผู้ป่วยมาวัดแล้วนำกลับไป เพราะเข้าใจวิธีการดูแลและอยู่ร่วมกัน และบ่อยครั้งที่ญาตินำเอกสารมาไม่ครบและสัญญาว่าจะส่งมาให้แล้วเงียบหายไป บ่อยครั้งที่ญาติทำถูกต้องตามระเบียบของวัดและสัญญาว่าจะมาเยี่ยมตามที่วัดกำหนดแล้วเงียบหายไป ทางวัดเจอมาทุกรูปแบบ"

อย่างไรก็ตาม วัดพระบาทน้ำพุไม่เคยปฏิเสธผู้ป่วยถ้าเตียงไม่เต็ม (บ่อยครั้งเตียงเต็มยังต้องรับ) อย่าเอามาทิ้งแบบนี้เลย เข้ามาพูดคุยกันทำทุกอย่างให้ถูกต้องเพื่อที่เค้าจะได้มีโอกาสฟื้นตัวและมีชีวิตต่อไป เถอะ

"ทุกวันนี้ HIV มียาต้านไวรัสทาน สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้ปกติ มันไม่ได้ติดกันง่ายๆ เปิดใจ ให้โอกาสให้พวกเขาได้มีที่ยืนในสังคมบ้าง ขอให้วัดพระบาทน้ำพุเป็นเพียงทางผ่านให้พวกเขามาพักฟื้น แล้วกลับไปใช้ชีวิตปกติในสังคม อยู่กับครอบครัว เพื่อนฝูงอย่างมีความสุขเถอะ"

ทั้งนี้ มีชาวโซเชียลจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็น พร้อมแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปถึง 1 พันกว่าครั้ง โดยมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นดังนี้ 

Pond Porami Phonpinyo : เป็นวัดที่ภาครัฐควรให้ความสนใจมากว่านี้ สงสารหลวงพ่อ

พิชชา แสงนาค :  ใครคิดจะทอดผ้าป่าก็มาทอดที่นี่เถอะค่ะ หยุดทอดฯเพื่อสร้างถาวรวัตถุเลย

Apiwan Kaya :  โอ๊ยเดี๋ยวนี้เอดส์ไม่น่ากลัวเท่ามะเร็งแล้ว...ทิ้งเขาทำไมคุณ

ศักดิ์นรินทร์ ทรงวาจา :  ทำไม มาถึงหน้าวัด เข้าไปคุยเข้าไปขอความช่วยเหลือ กับวัดไม่ดีกว่าหรือ จะนำเค้ามาสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต ก็น่าจะส่งเค้าให้ดีกว่านี้

แอนดี้ รั่ว : เคยไปบริจาคครับที่วัดนี้พนักงานทุกคนเป็นผู้ป่วยครับ กำลังใจดีเยี่ยมผมเคยไปนั่งคุยกับผู้ป่วยให้กำลังใจเค้า

พงษ์ศักดิ์ เรืองสวัสดิ์ : โรคนี้ไม่ได้น่ารังเกียจอย่างที่คิดเดี๋ยวนี้ยาถึงแล้วดูแลตัวเองกินยาให้ตรงเวลาทุกวันก็เหมือนคนปกติขอแค่คนในครอบครัวให้กำลังใจกำลังใจดีมีชัยไปกว่าครึ่งใช้ชีวิตรวมกันตามปกติเขาอาจมีชีวิตยาวกว่าคนปกติอีก

สำหรับ ประชาชนต้องการบริจาคร่วมสมทบทุนกับพระบาทน้ำพุ สามารถทำได้ตามข้อมูลข้างล่างนี้