ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สังเวยกี่ชีวิต? นักปั่นต่างชาติ ตายในไทย ถนนอันตราย หรือคนขับชุ่ย

    ไทยรัฐออนไลน์26 ต.ค. 2561 16:02 น.
    SHARE

    โศกนาฏกรรมซ้ำๆ กรณีอุบัติเหตุรถชนนักปั่นจักรยานชาวต่างชาติ สังเวยชีวิตบนถนนเมืองไทยศพแล้วศพเล่า ยิ่งตอกย้ำถนนในเมืองไทยเป็นแดนอันตราย ไม่ปลอดภัย เพราะล่าสุดนักปั่นสองล้อชาวฟิลิปปินส์ ถูกรถตู้ฝ่าไฟแดงชนดับแล้วหนี บนถนนสิริโสธร สายบางปะกง–ฉะเชิงเทรา

    เหตุเกิดขณะ "รัสซาล เรเปรส" นักปั่นจักรยาน วัย 55 ปี ชาวฟิลิปปินส์ เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล “1,000 BRM สุวรรณภูมิ-ตราด” และอีก 50 กิโลเมตร จะถึงเส้นชัย กลับต้องมาตายในแผ่นดินดินไทย ทำให้แผนการมาเที่ยวกับครอบครัวอย่างมีความสุข ต้องกลายเป็นความโศกเศร้า

    เมื่อย้อนไปเมื่อปี 58 “ฮวน ฟรานซิสโก” นักปั่นจักรยาน 5 ทวีป ชาวชิลี เพื่อสร้างสถิติใหม่ลงในกินเนส บุ๊ก ต้องจบชีวิตที่เมืองไทย ถูกรถกระบะขับชน บนถนนมิตรภาพ เขตรอยต่อ อ.พล จ.ขอนแก่น กับ อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา และยังทำให้ภรรยาชาวสิงคโปร์ และลูกชายวัย 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ โชคดีอาการไม่รุนแรง

    นอกจากนั้นในปี 56 สื่อนอกได้ประโคมข่าว นักปั่นจักรยานรอบโลก “ปีเตอร์ รูท” และ “แมรี่ ทอมป์สัน” คู่สามีภรรยา สัญชาติอังกฤษ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชน บนถนนทางหลวงสาย 304 หมู่ 15 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จากความประมาทของหนุ่มคนขับ ก้มลงเก็บหมวกในรถ จนกระบะเสียหลักชนจักรยานสองนักปั่นสามีภรรยา กระเด็นตกถนน กลายเป็นศพในป่าริมทางอย่างน่าหดหู่

    ด้านนพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลก ด้านการป้องกันอุบัติเหตุ เปิดเผยทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ว่า อุบัติเหตุหลายกรณีในเมืองไทย เกิดขึ้นซ้ำซาก มีคนตายจำนวนมาก ได้บอกถึงว่าคนรับผิดชอบไม่จัดการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับอุบัติเหตุรถชนนักปั่นต่างชาติเกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่ใช่เฉพาะกรณีชาวฟิลิปปินส์ เนื่องจากไม่มีการนำบทเรียนที่เกิดขึ้นมาแก้ไข

    ทั้งนี้ประเทศไทยจึงถูกจัดเป็นประเทศที่คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากสุดในโลกเป็นอันดับ 1 ส่วนถนนถูกจัดเป็นอันดับ 2 อันตรายที่สุดในโลก และคนขับในประเทศไทย ถูกจัดเป็นอันดับ 3 ขับแย่ที่สุดในโลก

    ขณะที่นพ.ธนะพงศ์ จินวงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ได้หยิบยกกรณีนักปั่นจักรยานชาวฟิลิปปินส์ ว่า ผู้จัดกิจกรรมต้องรอบคอบ ไม่ว่าการจัดวิ่ง หรือปั่นจักรยาน ต้องทำในระบบปิดโดยปิดเส้นทางหรือปิดเลน จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ซึ่งในต่างประเทศให้ความสำคัญในเรื่องนี้

    ส่วนรายการที่นักปั่นจักรยานชาวฟิลิปปินส์เข้าร่วม ถูกออกแบบให้วิ่งระยะไกล จึงไม่สามารถปิดถนนได้ แต่สำคัญที่สุดควรเลือกถนนที่ปลอดภัย แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งควรมีมาตรการเพื่อความปลออดภัยอย่างอื่น เช่น การมีรถนำทาง หรืออย่างน้อยมีการวางจุดกำกับดูแลในจุดเสี่ยง อาทิ จุดกลับรถ หรือแยกใหญ่ เป็นต้น รวมไปถึงควรให้นักปั่นรับรู้โอกาสเสี่ยงเชิงกายภาพ และพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย เช่น เมื่อเจอแยกสัญญาณไฟ แม้ไฟเขียวแล้ว ต้องขี่อย่างระมัดระวัง

    “ผมเห็นว่าจากเหตุที่เกิดขึ้นกับนักปั่นฟิลิปปินส์ ควรยกเลิกการจัดกิจกรรมแบบนี้ดีกว่า เพื่อไม่ต้องเอาชีวิตคนมาเสี่ยง หรือกรณีเหตุที่เกิดขึ้นกับนักปั่นชิลี รถกระบะมีการแซงซ้ายบนไหล่ทางจนมาชนจักรยาน มองว่ากฎหมายบ้านเรายังมีจุดอ่อน เพราะมีการตั้งข้อหาแค่ประมาท ซึ่งต่างกับประเทศญี่ปุ่น มีข้อหาขับรถอันตราย มีบทลงโทษจำคุก 18-20 ปี และไม่รอลงอาญา"

    ส่วนไทย เนื่องจากไม่มีข้อกฎหมายดังกล่าว อยากให้นำพ.ร.บ.จราจรฯ มาตรา 43 (8) ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น นำมาใช้ตั้งข้อหา และยิ่งชนแล้วหนี จะทำให้โทษหนัก ทำให้สังคมคิดหนักมากขึ้นในการขับขี่รถอย่างระวัง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่พนักงานสอบสวนจะทำหรือไม่

    อย่างไรก็ตาม ยอมรับถนนในเมืองไทยอันตราย ทั้งคนขับและสภาพถนน โดยพบว่าสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอันดับ 1 เกิดจากขับเร็ว เมาขับ ง่วงแล้วขับ เพราะฉะนั้นต้องมีบทลงโทษที่รุนแรง และทำให้องค์กรต่างๆ ต้องไม่ยอมรับการกระทำจากการขับ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น หากพนักงานเมาแล้วขับชนคนตาย จะโดนไล่ออก นอกจากโดนกฎหมายเล่นงาน ซึ่งในส่วนของไทย ควรทำให้สังคมไม่ยอมรับกับพฤติกรรมเหล่านี้ มีการประณาม ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการสร้างจิตสำนึก แต่กติกาของสังคมต้องรุนแรง เพื่อต่อไปคนจะได้ขับรถอย่างระมัดระวังมากขึ้น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    รถชนนักปั่นต่างชาติถนนไทยอันตรายชนนักปั่นสามีภรรยาข่าวร้อนชนจักรยานการศึกษา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 22:00 น.