สะเทือนใจคนรักสัตว์ เมื่อมีข่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการทำร้ายสัตว์ในลักษณะต่างๆ จนถึงปางตาย พิการ และเสียชีวิต โดยเฉพาะหมา แมว แม้มีกฎหมายบทลงโทษสำหรับผู้ทารุณกรรมสัตว์ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่คนเหล่านั้นไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

ย้อนไปในอดีต มีการแจ้งดำเนินคดีต่อชายหนุ่ม อาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ภายในซอยสุขุมวิท 54 เขตพระโขนง กทม. ก่อเหตุทารุณกรรมและฆ่าแมวในหมู่บ้านมาแล้วหลายครั้ง และกล้องวงจรปิดจับภาพได้ในช่วงหนึ่งขณะก่อเหตุจับแมวฟาดกับพื้นจนตายคามือ

หรือกรณีหนุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านทองหล่อ เป็นฆาตกรต่อเนื่องฆ่าแมว 9 ตัว ภายหลังทำทีเป็นผู้ใจบุญติดต่อขอรับลูกแมวตามเพจต่างๆ ไปเลี้ยง แต่แล้วกลับพบว่าลูกแมวถูกฆ่ายัดถังขยะบริเวณอพาร์ตเมนต์ที่หนุ่มวินจักรยานยนต์พักอาศัยในย่านวังทองหลาง

จนเหตุล่าสุดดีเจสาว ถูกต้องสงสัยฆ่าลูกแมวจร ที่รับมาอุปการะ นำมาฆ่าควักไส้พุงแลกคอยน์ในดาร์กเว็บ และก่อนหน้านี้เคยรับเลี้ยงมาแล้ว 27 ตัว ซึ่งถูกตั้งคำถามลูกแมวเหล่านั้นหายไปไหน? หรือจะเป็นเหยื่อของเธอด้วย

ด้านอภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวกับทีมเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ถึงพฤติกรรมของคนในการทำร้ายฆ่าสัตว์ ว่า ต้องมีการสัมภาษณ์คนกระทำ เนื่องจากการกระทำของแต่ละคนอาจเหมือนกันแต่ไม่คล้ายกัน บางคนทำเพื่อแลกกับทรัพย์สินเงินทอง หรือมีเหตุผลอื่น ซึ่งคนปกติทั่วไปมีความรุนแรงในหลายรูปแบบทั้งทำร้ายคนกันเอง รวมถึงการทำร้ายด้วยวาจาก็ถือเป็นความรุนแรง หรือทำสิ่งมีชีวิตและทรัพย์สิน เหล่านี้ถือเป็นปัญหาสังคม

“ตอนนี้ทั่วโลกต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ ที่มาจากวิธี ความคิด การเติบโตมากับสิ่งแวดล้อม ทำให้ทักษะการควบคุมอารมณ์ของแต่ละคนต่างกัน และสิ่งที่น่ากลัวมากสุดจากสารเสพติด ทั้งแอลกอฮอล์ ยาบ้า ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ จากฤทธิ์สารเสพติด อาจเกิดความก้าวร้าวรุนแรง ทำให้ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ดังนั้นต้องส่งเสริมการป้องกันความรุนแรงตั้งแต่เป็นเด็ก ว่าความรุนแรงเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ทางออก เป็นตัวสร้างปัญหา ทางผู้ใหญ่ควรทบทวนตัวเอง แสดงพฤติกรรมให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง”

...

ทั้งนี้คนเป็นโรคจิตเภทในการกระทำกับสัตว์มีน้อยมาก ส่วนมากจะเกิดการซึมเศร้าและทำร้ายตัวเองมากกว่า ซึ่งคนจิตปกติไม่ป่วยอาจทำร้ายสัตว์มากกว่า โดยมาจากสภาพสิ่งแวดล้อม และเมื่อโลกโซเชียลแพร่หลายมากขึ้น ทำให้ถูกเปิดเผยมากขึ้น จากการบกพร่องทางมโนธรรม ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี ไม่มีความเมตตาธรรม หรือบางคนเติบโตมากับสิ่งแวดล้อมที่มักใช้ความรุนแรงตั้งแต่เด็ก ก็มีโอกาสใช้ความรุนแรงเมื่อเติบโตขึ้นมาได้.