คุณแม่แชร์ประสบการณ์ชีวิตจริง หลังลูกสาวสุดรักโดนงูเห่ากัดที่เท้า จนแผลเน่า เข้าห้องผ่าตัด ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนับ 2 เดือน พร้อมวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น...

เฟซบุ๊ก Pachgeera Bunsattha ได้โพสต์เล่าประสบการณ์ตรง หลังลูกสาวถูกงูเห่ากัด พร้อมวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยเล่าว่า ช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ค.61 ขณะตนกำลังรีดเสื้อผ้าอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงกรี๊ดของลูกสาวดังมาจากห้องน้ำ เมื่อวิ่งไปดูก็เห็นงูกำลังกัดเท้าลูก ก่อนเลื้อยเข้าท่อระบายน้ำทิ้ง จึงรีบวิ่งเข้าไปอุ้มลูกออกจากห้องน้ำและสำรวจแผล

ทั้งนี้แผลมีเลือดออก ลักษณะแผลมี 2 เขี้ยวก็รู้ทันทีว่าเป็นงูมีพิษ จึงรีบหาผ้ามาพันเหนือแผลทันที แล้วบอกให้ลูกอยู่นิ่งๆ ห้ามขยับ ลูกก็ร้องไห้ด้วยความตกใจและกลัว แล้วก็เรียกสามีที่กำลังกรีดยางอยู่หลังบ้าน บอกว่าลูกโดนงูกัด พอสามีมาถึงก็หาตัวงู เราก็โทรศัพท์ไปที่ 1669 ทันที แล้วสามีก็เจอก็ตีงูเพื่อนำไปโรงพยาบาลด้วย

เมื่อถึงโรงพยาบาลก็เข้าห้องฉุกเฉิน หมอให้แอดมิทเพื่อรอดูอาการ ซึ่งตอนนั้นลูกสาวมีอาการง่วงจะหลับตลอดเวลา ตนก็จะพยายามปลุกลูกตลอดไม่ให้หลับ กว่าหมอจะวินิจฉัยว่าเป็นงูเห่าก็เป็นเวลาเที่ยง ด้วยความกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรเราก็ว่าหมอทำไมไม่ฉีดยาเซรุ่มให้ลูกสักที ตอนนั้นหมอก็บอกว่า “คุณแม่ใจเย็นก่อนนะ ถ้าฉีดยาให้น้องเลยถ้าน้องแพ้ยาก็เสียชีวิตได้เลยนะ

จากนั้นหมอก็นำยาเซรุ่มมาเทสที่แขนลูก 5 นาที เมื่อไม่แพ้ไม่มีผื่น หมอก็ฉีดเซรุ่มให้ทันที อาการของลูกก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนเวลา 23.00 น. น้องก็เข้าห้องผ่าตัด จากนั้นอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ อยู่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2 เดือน 2 วัน

...

สำหรับวิธีการปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัด อันดับแรกเมื่อถูกงูกัด คือต้องมีสติให้คนที่โดนกัดอยู่นิ่งๆ ขยับน้อยที่สุด นำสำลีสะอาดปิดปากแผลเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าแผล จากนั้นให้เอาไม้ดามส่วนที่โดนกัด นำผ้ามาพันไม้กับแขนหรือขาที่โดนกัด ดามเหมือนคนแขนขาหัก ห้ามทำอะไรกับบาดแผลหรือใช้ปากดูดพิษ เพราะไม่ทำให้พิษออกมาแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายกับคนที่ดูดพิษ และมีโอกาสทำให้แผลติดเชื้อ จากนั้นโทร 1669 แล้วถ่ายรูปงูหรือจำลักษณะงูที่กัด ให้อยู่ห่างงูแล้วนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เป็นต้น


จากการสอบถาม นิค นิรุทธ์ ชมงาม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงู ถึงกรณีดังกล่าวได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า งูที่ปรากฏในภาพเป็นงูเห่า ซึ่งพิษของงูเห่าไทยจะมีผลทำลายระบบประสาทเป็นหลัก แต่มีส่วนประกอบที่ทำลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อด้วย คนที่ถูกงูเห่ากัด จะมีแผลลักษณะนี้ทุกราย ยิ่งถ้ายังใช้การรัดเชือก โอกาสที่จะทำให้บวมมากและเกิดเนื้อตาย

ดังนั้นเมื่อถูกงูกัด 1.ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือทันที ใช้ผ้าพันแผลหรือผ้าพันต่อไปจนถึงข้อต่อ  หรือสูงเหนือบาดแผลให้มากที่สุด และการพันผ้าต้องไม่แน่นจนเกินไป ถ้ามีอาการบวมมากๆ ต้องคลายผ้าเป็นระยะๆ

2. หาไม้กระดานหรือวัสดุที่มีความแข็งมาดามแล้วพันด้วยผ้าพันแผลทับอีกครั้ง เพื่อให้อวัยวะส่วนที่ถูกกัดเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เป็นการชะลอการดูดซึมพิษงูเข้าสู่กระแสเลือด

3. นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้โดยเร็วที่สุดเพื่อรับการรักษาด้วยเซรุ่มแก้พิษงู

(โพสต์ต้นฉบับ)


(ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก Pachgeera Bunsattha, งูพิษชิดใกล้ Thailand Snakes : Close Encouters)