สาวสุดทน ยอมฆ่าตัวตาย หลังถูกบังคับทำงานใช้หนี้ ที่ไม่ได้อยากก่อ พร้อมรายงานตัวเจ้านายตลอดเวลา ...
เฟซบุ๊กเพจ WA-Japan ได้แชร์เรื่องราวที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ เป็นเรื่องราวของญาติ และเพื่อนร่วมงาน ของหญิงรายหนึ่ง ที่ฆ่าตัวตาย กำลังฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 88 ล้านเยน หรือ ราว 782,000 เหรียญสหรัฐ กับบริษัท และเจ้าของ เนื่องจากอ้างว่า เธอถูกตกเป็นเหยื่อการใช้อำนาจบังคับ ที่เรียกว่า パワハラ หรือ Power Harassment ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในญี่ปุ่น แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าฟ้อง
โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดกับบริษัทเกมแห่งหนึ่ง มีลูกน้องหลายคน แต่เจ้าของบริษัทนั้นได้ซื้อกระเป๋า และรองเท้าแบรนด์ไฮเอนด์ ให้พนักงาน 3 คน เป็นผู้หญิง 1 คน และชาย 2 คน แต่ไม่ได้ให้ฟรี พวกเขาต้องทำงานชดใช้ค่าของ โดยจะหักเงินออกจากเงินเดือนของทั้ง 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน ไม่ได้ร้องขอแต่อย่างใด
ซึ่งผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม เกิดความเครียด จึงไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นคนนอกบริษัท แต่เรื่องก็ดันมาถึงหูเจ้านาย เจ้านายจึงเรียกทั้ง 3 คนมาคุย และว่า กฎของบริษัทคือห้ามเอาเรื่องภายในไปเล่าสู่ภายนอก การละเมิดข้อตกลงนี้ นายเลยจับเจ้า 3 ทำสัญญาปรับเงินเป็นจำนวน 10 ล้านเยน และจะหักเพิ่มจากเงินเดือนเช่นกัน
ทั้งค่าของ และค่าปรับ ทำให้พนักงานทั้ง 3 คน เหลือเงินเดือน 0 เยน ไม่มีแม้เงินจ่ายค่าอพาร์ตเมนต์ ทั้ง 3 คน จึงได้ไปต่อรองกับเจ้านาย แต่เจ้านายกลับบอกว่า ถ้าอย่างนั้น ก็มาอยู่ที่ออฟฟิศ แต่การมานอนออฟฟิศ เจ้านายก็ยังเก็บค่าเช่า ค่าไฟ
...
นอกจากนี้ ทั้ง 3 คน ยังไม่มีเงินจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือ เจ้านายก็เหมือนจะใจดี ซื้อมือถือใหม่ให้ แต่กลับติด GPS คอยติดตามว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ นอกจากนี้ ยังให้ทั้ง 3 คน รายงานตัวผ่านไลน์ด้วยว่า ทำงานอยู่หรือไม่ ทุกๆ 5-10 นาที
อย่างไรก็ตาม การมาอยู่ที่ทำงานนั้น ทั้ง 3 คน มักถูกเจ้านายพูดลอยๆ ใส่ ว่าการอยู่ของทั้ง 3 คน ช่างรกหูรกตา จนวันหนึ่ง ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม ได้เดินไปถามเจ้าของบริษัทว่า ถ้าตายไปจะดีกว่าหรือไม่ ทำให้เจ้านายโกรธ ขว้างโน้ตบุ๊กใส่ พร้อมกับตะคอกว่า ถ้าตายไป ก็แค่ขยะชิ้นหนึ่ง ทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตายในบ่ายวันนั้น
ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องจริงที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์ของญี่ปุ่นในขณะนี้.
อ่านโพสต์ฉบับเต็ม ที่นี่