ตัวแทนคนข้ามเพศ พร้อมนักเรียน ม.6 ร้องยกเลิกแบบเรียนสุขศึกษา หลังพบเนื้อหาก่ออคติ เลือกปฏิบัติต่อเพศที่ 3 ด้านที่ปรึกษามูลนิธิสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ยันทำหนังสือจี้ สพฐ. ปรับปรุงแล้ว แต่กลับได้รับคำตอบว่า ยังไม่สามารถแก้ได้ 

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) น.ส.พริษฐ์ ชมชื่น คนข้ามเพศ และนายศุภณัฐ อเนกนำวงศ์ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงแบบเรียนสุขศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และ มัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีเนื้อหาที่ถ่ายทอดความรู้ที่ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับบุคคลที่มีเพศสภาพไม่เป็นไปตามกำเนิด ที่ก่อให้เกิดอคติ เลือกปฏิบัติ และอาจจะก่อให้เกิดความรุนแรง ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) โดยมี ศ.มาลี พฤกศ์พงศวลี ประธาน วลพ. เป็นผู้รับหนังสือ

น.ส.พริษฐ์ กล่าวว่า ข้อความในแบบเรียน จะเรียกบุคคลที่มีเพศสภาพไม่เป็นไปตามกำเนิดว่า คนที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศ ซึ่งเป็นคำที่ลดทอนศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ แค่ถ้อยคำนี้ก็รู้สึกถึงผลกระทบที่รุนแรงแล้ว และอยู่ในแบบเรียนที่นักเรียนระดับพื้นฐานต้องศึกษา หากเด็กเหล่านี้โตไป หรือในอนาคตพบเห็นบุคคลที่มีเพศสภาพไม่เป็นไปตามกำเนิด ก็ต้องเข้าใจว่าเป็นคนไม่ปกติ อาจจะเป็นโรคจิต แม้แต่การแนะนำเรื่องความสัมพันธ์ในหนังสือ ก็ระบุว่าไม่ควรคบหาหรือใกล้ชิดด้วย เพราะเป็นบุคคลที่ไม่มีอนาคตหรือเป็นอันตราย

แบบเรียนที่ส่งเสริมอคติและความรุนแรงเช่นนี้ ไม่ควรจะถูกสอนอยู่ในโรงเรียน เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นข้อมูลที่ถูกบิดเบือนไปจากหลักวิชาการและความเป็นจริงมาก ที่อันตรายที่สุดคือ สร้างอคติและความรุนแรงให้กับคนที่มีความหลากหลายทางเพศ แม้แต่บทบาททางเพศของหญิงและชายในหนังสือก็แบ่งแยกตายตัว แม้แต่การแต่งตัวก็กำหนดว่า เพศหญิงต้องใส่กระโปง เพศชายต้องใส่กางเกง เป็นต้น จึงอยากให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แก้ไขหลักสูตร และยกเลิกเนื้อหาในหนังสือสุขศึกษาที่เกี่ยวกับการเบี่ยงเบนทางเพศทั้งหมด

...

ขณะที่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า หนังสือเรียนพยายามผลิตซ้ำมายาคติความคิดผิดๆ ให้กับนักเรียน ที่กำหนดเพียงโลกนี้มีเพศหญิงและชาย อย่างเช่น สุขศึกษา ม.5 ที่ตนเรียนปีที่แล้วระบุถึงปัญหาการเบี่ยงเบนทางเพศ เป็นปัญหาหนึ่งที่พบได้ทั้งในเพศหญิงและชาย โดยบุคคลอาจจะแสดงถึงพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม เช่น ผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นเกย์ เลสเบี้ยน เป็นต้น ทำให้สังคมเกิดความรู้สึกไม่ถูกต้องตามบรรทัดฐานที่สังคมกำหนดไว้ สิ่งเหล่านี้เป็นอคติที่อยู่บนหนังสือเรียนอย่างชัดเจน ทั้งที่หนังสือเรียนควรเป็นข้อเท็จจริงแต่กลับสร้างความบิดเบือน

ด้าน ศ.มาลี กล่าวว่า วลพ. จะมีการประชุมวันที่ 18 ต.ค.นี้ ซึ่งจะนำเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเข้าพิจารณา เพราะถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องทำให้สังคมเกิดความเข้าใจ จากนั้นก็ส่งสำเนาคำร้องถึงผู้ถูกร้องเพื่อพิจารณาไต่สวนและรวบรวมประเมินผลการพิจารณาภายในกรอบระยะเวลา 150 วัน หากยังมีข้อขัดข้องก็สามารถยืดเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก ได้ถอนการเป็นคนรักเพศเดียวกันออกจากบัญชีจำแนกทางสถิติระหว่างประเทศของโลกและปัญหาทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องเมื่อปี 2535 และในปีนี้องค์การอนามัยโลก ยังระบุถึงคนข้ามเพศไม่ได้เป็นผู้ที่เจ็บป่วยทางจิต ขณะที่ประเทศไทย โดยกรมสุขภาพจิต ประกาศตั้งแต่ปี 2545 ว่าคนรักเพศเดียวกันไม่ได้ผู้ป่วยทางสุขภาพจิต ชี้ให้เห็นว่าเพศสภาพที่แตกต่างจากเพศกำเนิดไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดปกติแต่อย่างใด

น.ส.นัยนา สุภาพึ่ง ที่ปรึกษามูลนิธิสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า เรื่องแบบเรียนดังกล่าวทางมูลนิธิฯ ได้เคยทำหนังสือถึงสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2561 ให้ปรับปรุงแก้ไข แต่ได้รับเหตุผลตอบกลับว่า เพราะหลักสูตรแกนกลางยังไม่ได้แก้ไข จึงไม่สามารถแก้ไขแบบเรียนสุขศึกษาได้ ฟังแล้วไม่สมเหตุสมผล การส่งต่อความรุนแรงความรู้ความเข้าใจที่ผิดๆ ไปยังลูกหลานทั้งประเทศกับการแก้ไขหลักสูตร เรายอมให้เอกสารมีความสำคัญมากกว่าความปลอดภัยและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง.