อีกหนึ่งเหตุการณ์วิปโยค ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อนักศึกษาถูกล้อมปราบในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จนเกิดเหตุการณ์จลาจลในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก 'ทีมข่าวเจาะประเด็น' ขอพาย้อนไป ณ วันนั้นว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น...

ชนวนของเหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2519 ขณะที่ 'ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย' จัดอภิปรายที่บริเวณสนามหลวง เพื่อคัดค้านการกลับมาของ 'จอมพลถนอม กิตติขจร' จากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รวมทั้งเรื่องการสังหารโหดช่างไฟฟ้า 2 คน ที่จังหวัดนครปฐม ส่งผลทำให้มหาวิทยาลัยต้องประกาศเลื่อนการรับพระราชทานปริญญาบัตรของนักศึกษา

หลังจากนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกาศหยุดเรียนเพื่อมาร่วมการประท้วง และนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชุมนุมอภิปรายที่สนามหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ ขณะที่นายวัฒนา เขียววิมล ผู้นำนวพล ประกาศชุมนุมที่บริเวณสนามชัย ส่วนนายกสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ประกาศเลื่อนการสอบไล่ประจำปี

...

ขณะที่ ช่วงบ่ายวันที่ 4 ตุลาคม ชมรมศิลปการแสดงของธรรมศาสตร์ จัดแสดงละครรำลึกถึงเหตุการฆ่าคน ทำให้ นางนงเยาว์ สุวรรณสมบูรณ์ เข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงคราม ว่าการแสดงละครดังกล่าว เป็นการล้อเลียนการแขวนคอบุคคลที่มีใบหน้าคล้ายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

กระทั่งคืนวันที่ 5 ตุลาคม ถึงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม กำลังฝ่ายต่อต้านนักศึกษา ได้เคลื่อนขบวนไปยังบริเวณท้องสนามหลวง ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นได้เริ่มมีการปะทะกันด้วยอาวุธปืนเบา แล้วเข้าโจมตีกลุ่มนักศึกษา พร้อมตอกย้ำความรุนแรงด้วยการที่ พล.ต.ท.ชุมพล โลหะชาละ รองอธิบดีกรมตำรวจ สั่งอนุญาตให้ยิงนักศึกษาได้อย่างเสรี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย

จากนั้น พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูป เข้ายึดอำนาจการปกครองจาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยยอดผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 4,287 คน 

ทั้งนี้ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จึงไม่ได้เป็นเหตุการณ์จลาจลครั้งแรก ที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากการขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วและยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ ความขัดแย้งจะสุกงอม คุกรุ่นขึ้นรุนแรงขึ้นมาเมื่อใด

จากสมัยก่อนคู่ขัดแย้ง 'ประชาชนจับคู่กับทหาร' จนพัฒนามาถึงปัจจุบันกลายเป็น 'ประชาชนเจอกับประชาชน' โดยมีนักการเมืองหนุนอยู่ข้างหลัง ซึ่งเชื่อแน่ว่าอนาคตก็อาจจะเกิดขึ้นอีก คงต้องจับตาดูว่า ในภายภาคหน้าประเทศไทยเรานั้น จะต้องผจญกับอะไรอีก.