พยาบาลป่วยซึมเศร้าเรื้อรังนาน 10 ปี ตัดสินใจกรีดแขน กินยานอนหลับ 100 เม็ด จนถูกหามส่งโรงพยาบาล เล่าประสบการณ์แอดมิทเป็นผู้ป่วยจิตเวช กับมุมมองความคิดใหม่...
คุณ อะไรดีล่ะ สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ได้เล่าประสบการณ์แอดมิทในหอผู้ป่วยจิตเวช โดยเล่าว่า ตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังนานกว่า 10 ปี และได้ทานยาอย่างต่อเนื่อง 4 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ทำให้ตนมีอาการรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา จึงกินยานอนหลับไป 100 เม็ด ในใจหวังว่าจะทำให้หลับไปหลายวัน แต่ถ้าตายก็ถือว่าเป็นกำไร
หลังกินยานอนหลับ ตนถูกพาส่งโรงพยาบาลเพื่อล้างท้อง และหลับไปแค่ 1 วัน 1 คืนเท่านั้น ซึ่งขณะนั้นตนยังรู้สึกว่าไม่พอ จึงใช้มีดโกนกรีดแขนเพื่อเรียกร้องความสนใจและถูกส่งไปยังโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ตนรักษาโรคซึมเศร้าอยู่ จึงขอร้องหมอจนได้แอดมิทเพราะไม่อยากกลับบ้าน
ทั้งนี้ เจ้าของกระทู้เล่าว่า ตนเองเพิ่งเรียนจบพยาบาล กิจกรรมในหอผู้ป่วยเหมือนกับที่ตนเคยฝึกงานไว้ทุกอย่าง จากที่เคยเป็นผู้บำบัด มาวันนี้กลับกลายเป็นผู้ถูกบำบัดแทน ต้องตื่น 7 โมงเพื่ออาบน้ำ และทำทุกอย่างตามเวลาที่กำหนด ทำกิจกรรมกลุ่ม พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผู้ป่วยถูกห้ามไม่ให้ใช้โทรศัพท์ มีเพียงโทรทัศน์เครื่องเดียว และหนังสือนิดหน่อย หลังทานข้าวเย็นก็อาบน้ำสวดมนต์ทานยาเข้านอน วนอยู่อย่างนี้ทุกวัน
โดยระหว่างที่ตนอยู่ที่นี่ ได้พบเพื่อนผู้ป่วยหลายคน บางคนเป็นเด็กสิบกว่าขวบมารักษาเพราะถูกคนข่มขืนจากคนใกล้ชิด บางคนเป็นนักศึกษาแพทย์เครียดจากการเรียนจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้ตนรู้ว่าปัญหาของคนอื่นมากมายกว่าตนนัก
เมื่อเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ อาการของตนเริ่มดีขึ้น แต่พอรู้ว่าจะต้องกลับบ้านอาการก็แย่ขึ้นมาอีก จนหมอต้องปรับการรักษาใหม่ และมีอยู่ประโยคหนึ่งที่หมอบอกกับตนว่า “การที่จะทำให้คนอื่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่เราต้องการมันยากมากนะ แต่การเปลี่ยนจิตใจตนเองให้เรียนรู้และยอมรับในตัวตนของคนอื่นมันง่ายกว่ามาก” ตนจำคำพูดนี้และนำมาปรับใช้
...
อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่ที่โรงพยาบาลครบ 3 สัปดาห์ หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่มีนัดติดตามต่อเนื่อง และคิดว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิตที่แอดมิทเป็นผู้ป่วยจิตเวช มันเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม ตอนนี้อาการยังไม่ค่อยดี แต่จะจำคำพูดของหมอไว้เสมอ และจะพยายามสู้กับโรคนี้ต่อไป".