ดีกว่าเดิมหน่อย! นายกสภาเภสัชกรรม เผยหลังจากหารือกระทรวงสาธารณสุข ยังคงยึด 'พ.ร.บ.ยา 2510' เป็นหลักในการแก้ไขฉบับใหม่ พร้อมแจงเรื่อง 'พ.ร.บ.ยา' ให้คนเข้าใจง่ายขึ้น...

ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม เปิดเผยข้อมูลเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ กับ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่าผลจากการหารือกับกระทรวงสาธารณสุข ได้ข้อสรุปว่าจะใช้ พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 (พ.ร.บ.ยา) เป็นฐาน เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหากมีการแก้ไขหรือมีความเห็นต่าง กระทรวงสาธารณสุขจะยึดตัว 2510 เป็นตัวหลัก

ส่วนข้อเสนอที่ได้ร่วมหารือกันแล้วนั้น หากได้รับการยอมรับเป็นเอกฉันท์ ก็จะนำไปใส่ในปี 2510 ซึ่งก็ดูกันเป็นมาตราไป ซึ่งหากมองแบบนี้ตามหลักการเขียนกฎหมาย ถือว่าไม่ใช่การร่าง พ.ร.บ. แต่เป็นการแก้ พ.ร.บ.ยา 2510 แทน โดยการทำ พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ ยังคงเดินหน้าต่อไป ประเด็นไหนที่เห็นตรงก็นำไปใช้ แต่ประเด็นไหนมีข้อขัดแย้งก็ใช้กฎหมายเก่า

"หากถามว่า พ.ร.บ. ที่เสนอให้มีการแก้ไข จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร สำหรับในภาพใหญ่คิดว่ามีดีขึ้นบ้าง ที่เสนอไปแล้วเขารับซึ่งก็มีเพียงประเด็นย่อยๆ ซึ่งประเด็นใหญ่ยังคงเหมือนเดิม ฉะนั้นต้องเทียบร่างฉบับใหม่ของเดือนกรกฎาคม ว่าอันไหนจะดีกว่ากัน แต่ถ้าให้บอกคงต้องตอบว่าอันเดิมนั้นดีกว่า เพราะอันใหม่นั้นมันทำให้ประชาชนไม่ปลอดภัย อันตรายมากขึ้น ฉะนั้นถามว่าดีกว่าเดิมไหม คงดีกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ได้อะไรไหมก็คงไม่"

...


นายกสภาเภสัชกรรม สรุปเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยา ให้ประชาชนเข้าใจง่ายๆ ดังนี้

1. พ.ร.บ.ฉบับนี้ เกี่ยวกับยารักษาโรค มันไม่ใช่ พ.ร.บ.ขนม ซึ่งยารักษาโรคมันมีคุณสมบัติเฉพาะ คือใช้เมื่อมีโรคโดยที่มันก็มีพิษเมื่อใช้ผิด ฉะนั้นถึงต้องมีกฎหมายเฉพาะตัว

2. การให้ยาที่มีประโยชน์ ต้องมีคนที่รู้จักค่อยดูแล ซึ่งการดูแลหมายถึงการจัดเก็บไม่ให้เสื่อมสภาพ, การดูแลจับจ่ายให้ถูกต้องมีหลักเกณฑ์ แล้วก็การตรวจสอบออกฤทธิ์ของยา เพราะประชาชนทั่วไปจะไม่รู้ ฉะนั้นคนที่ทำหน้าที่ตรงนี้จึงสำคัญต้องทำหน้าที่บอก จึงสำคัญเพราะไม่ใช่แค่คนขายยาอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากกฎหมายยาแจ้งว่า ไม่ต้องถามเภสัชกร ให้ถามใครก็ได้ ก็จะได้คำตอบที่ต่างกันออกไป เพราะการรู้เรื่องยาชนิดต่างๆนั้น ข้อมูลการรับรู้ของบุคคลแต่อาชีพนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าประชาชนซื้อยากับเภสัชกรก็จะได้รับมาตรฐานความปลอดภัยที่มากกว่า.