สาวแจงสาเหตุ ถูกหญิงท้องตบวันเปิดคลินิกเสริมความงาม ซ้ำถูกกระชากเสื้อขาด จนอับอาย โอดพนักงานกลัว แห่ลาออก เตรียมนำคลิปมอบตำรวจเป็นหลักฐาน ...

จากกรณีชาวโซเชียลได้ติดตามกรณีผู้หญิงท้อง และพวกบุกไปทำร้ายร่างกายสาวอีกคนหนึ่งในวันเปิดคลินิก ทำให้ได้รับบาดเจ็บ โดยผู้หญิงที่ถูกทำร้ายนั้นระบุว่า ผู้หญิงที่มาทำร้ายนั้น สามีเป็นผู้กว้างขวางในซอยเพชรเกษม 63 และขู่จะฆ่า จะอุ้ม และยัดยา ตามที่ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

วันนี้ (25 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พูดคุยกับ น.ส.ปริมรตา ใจสุข อายุ 30 ปี เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวและเป็นผู้บาดเจ็บในกรณีนี้เปิดใจเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันเกิดเหตุเป็นวันที่ 23 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเปิดร้านวันแรก คู่กรณีเป็นเจ้าของคลินิกอีกแห่งหนึ่งในซอยเพชรเกษม 63 พาพวกเป็นผู้หญิงหลายคน ผู้ชาย 1 คนมาที่หน้าร้าน กล่าวหาว่า ตนส่งสายเข้าไปสืบราคาคอร์ส แต่ไม่เป็นความจริง เพราะคนที่ไปถามราคาคอร์ส เป็นลูกค้าที่ตนไม่รู้จัก และเพิ่งมาใช้บริการวันนั้นเป็นวันแรก แต่คู่กรณีไม่เชื่อ ตนจึงเชิญให้มาดูที่คลินิก

โดยระหว่างนั้นตนกำลังประชุมสรุปงาน และพยายามเชิญเข้ามาข้างใน แต่คู่กรณีและเพื่อนไม่ยอมเข้ามา จึงไปยืนคุยกันตรงที่ประตู ซึ่งตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อลูกค้าคนนั้น เพื่อให้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นสายให้กับตน แต่ลูกค้าไม่รับสาย ก่อนที่จังหวะเผลอ คู่กรณีจะกระชากศีรษะ และให้พวกรุมทำร้ายร่างกาย ทั้งตบศีรษะ กระทืบศีรษะ และท้อง ซึ่งตนภาพดับ จำอะไรไม่ได้ รู้ตัวอีกที เเฟนหนุ่มชาวต่างชาติ ถูกชายที่ใส่หมวกกันน็อกต่อย ขณะที่ตนเองก็ถูกกระชากถอดเสื้อผ้าขาด จนตนอับอาย

หลังเกิดเหตุลูกจ้าง 2 ใน 4 คน ได้มาขอลาออกกับตนทันที โดยบอกว่ากลัวมาก ไม่กล้ามาทำงาน เหตุที่เกิดขึ้นกระทบทั้งร่างกาย จิตใจ รวมทั้งธุรกิจ เพราะว่าไม่มีลูกจ้างกล้ามาทำงาน พร้อมยืนยันว่าแฟนคู่กรณีเป็นผู้มีอิทธิพลย่านวัดม่วง ซอยเพชรเกษม 63 เพราะตนและคู่กรณีเคยตกลงใจจะเปิดคลินิกเสริมความงามร่วมกันในซอยเพชรเกษม 63 โดยตนเป็นผู้ลงทุน เกือบ 2 ล้าน และจะให้คู่กรณีร่วมหุ้น 25 เปอร์เซ็นต์ และหากผลประกอบการดี ก็คุยกันว่าจะเพิ่มให้เป็น 40 เปอร์เซ็นต์

...

กระทั่งเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตกลงการทำธุรกิจร่วมกันไม่ได้ จึงตัดสินใจแยกย้าย แต่แฟนหนุ่มของคู่กรณีกลับมาข่มขู่ทำร้ายและขู่ฆ่าตน จนต้องย้ายมาทำคลินิกที่นี่ ขณะที่คู่กรณีก็ทำคลินิกเป็นของตนเอง

ซึ่งข้อมูลทั้งหมดให้พนักงาน สน.บางบอนหมดแล้ว และพรุ่งนี้จะไปนำผลวินิจฉัยร่างกายและนำคลิปจากกล้องหน้ารถ ไปมอบให้ตำรวจในเวลา 14.00 น. ด้วย สำหรับอาการตอนนี้นิ้วก้อยบวม ช้ำ อักเสบ และศีรษะกระทบกระเทือน ปวดหัวมาก และกลัวมาก

ด้าน พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล บางบอน ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้เสียหาย และพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อเตรียมแจ้งข้อหาเบื้องต้นกับผู้ก่อเหตุว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บก่อน เพราะต้องรอผลวินิจฉัยจากแพทย์ที่รักษาประกอบการพิจารณาว่า จะต้องแจ้งเพิ่มเป็นข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้บาดเจ็บสาหัส เพิ่มหรือไม่

ซึ่งคดีนี้รู้ตัวผู้ก่อเหตุชัดเจนยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน ทั้งยืนยันไม่มีใครเป็นผู้มีอิทธิพล หากผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีละเว้น.