สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก เรายังอยู่กันในเดือนสิงหาคม เดือนแห่งความรักความผูกพันของลูกกับแม่ และแน่นอนค่ะ เรื่องราวของไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ก็ยังต้องเป็นเรื่องของวันแม่อย่างแน่นอน หลังจากเมื่อครั้งที่ผ่านมา คุณครูลิลลี่ก็ได้นำเสนอเรื่องของการเขียนพระนามอย่างถูกต้อง ทั้งแบบเต็มแบบย่อ และแบบเรียกตามพระอิสริยยศ รวมไปถึงเรื่องของคำขวัญวันแม่แห่งชาติปีล่าสุด และที่มาของพระนาม “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9” ด้วย (วันแม่แห่งชาติ 2561)

ซึ่งเมื่อครั้งที่แล้วหลังจากคุณครูลิลลี่ปิดต้นฉบับพร้อมส่งกับให้ทีมงานไทยรัฐออนไลน์ไปไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้มีข่าวประชาสัมพันธ์จากสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยมีใจความว่า สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คำถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ จากกองราชเลขานุการ ได้รับคำอธิบายว่าตามที่เคยใช้คำว่า “ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี” เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ให้มีพระชนมายุยิ่งยืนนานมาโดยตลอดนั้น ในปัจจุบันเพื่อความเหมาะสม กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เห็นว่าหากประสงค์จะถวายพระพรชัยมงคลเป็นภาษาบาลี ควรใช้ว่า “ทีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี” แทนคำเดิม ค่ะ ทีนี้มาดูกันต่อนะคะ

...


ทางสำนักงานราชบัณฑิตยสภายังได้บอกอีกว่า คำว่า “นาถปรมราชินี” ที่อ่านว่า นา-ถะ-ปะ-ระ-มะ-รา-ชิ-นี นั้น ทางสำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ขอความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทางภาษาบาลีทั้งพระภิกษุและอาจารย์ผู้สอนภาษาบาลีแล้วเห็นว่า คำที่เหมาะสมที่จะใช้ต่อท้ายคำว่า “ทีฆายุกา โหตุ” แทนคำว่า “มหาราชินี” ควรใช้คำว่า “นาถปรมราชินี” เพื่อให้หมายถึง “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” และกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เห็นพ้องด้วยว่าควรใช้ว่า “ทีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี” ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการจัดทำคำถวายพระพรต่อไป ส่วนคำถวายพระพรชัยมงคลอย่างสั้นซึ่งเคยใช้ว่า “ทรงพระเจริญ หรือแบบยาวขึ้นมา คือ “ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน” ทั้งหมดนี้ก็ยังคงใช้ได้นะคะ

ทีนี้เรามาดูในรายละเอียดเพิ่มเติมกันค่ะ คำว่า นาถ อ่านได้ทั้ง นาด และ นา-ถะ นะคะ คำนี้เป็นคำนามค่ะ แปลว่า ที่พึ่ง หรือ ผู้เป็นที่พึ่ง ค่ะ ส่วนคำว่า ปรม อ่านได้ทั้ง ปะ-ระ-มะ และ ปอ-ระ-มะ นะคะ คำนี้เป็นคำวิเศษณ์ค่ะ แปลว่า อย่างยิ่ง ส่วนมากจะใช้นำหน้าคำอื่น ฉะนั้นคำว่า นาถปรม หรือ นา-ถะ-ปะ-ระ-มะ จึงมีความหมายว่า ผู้เป็นที่พึ่งอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น คำว่า นาถปรมราชินี จึงมีความหมายว่า ราชินีผู้เป็นที่พึ่งอย่างยิ่ง นั่นเอง และนั่นก็หมายความถึง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  ผู้เป็นที่พึ่งของเหล่าพสกนิกรชาวไทย กล่าวอย่างเข้าใจง่าย ๆ เป็นภาษาชาวบ้านก็คือ แม่ของแผ่นดินผู้เป็นที่พึ่งของลูก ๆ ชาวไทยทุกคนนั่นเองค่ะ


ขอเพิ่มเติมทิ้งท้ายเกี่ยวกับคำว่า ทีฆายุโก ทีฆายุกา สักนิดนะคะ จริง ๆ คุณครูลิลลี่เคยอธิบายเรื่องนี้ในไทยรัฐออนไลน์มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ไม่เป็นไรมาย้ำกันแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ เข้าใจได้เลยอีกครั้งก็แล้วกันค่ะ คำว่า ทีฆายุโก เป็นภาษาบาลี คำนี้ต้องใช้ตัวอักษร ท ทหาร นะคะ ยังมักมีคนใช้ผิดเป็น ฑ อยู่บ่อย ๆ คำนี้ แปลว่า มีอายุยืน เมื่อรวมข้อความที่ว่า ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา จึงแปลความหมายได้ว่า ขอพระมหาราชาจงทรงมีพระชนมายุยั่งยืนนาน ส่วนที่ใช้คำว่าทีฆายุกา สำหรับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นั้น เป็นการเปลี่ยนรูปตามไวยากรณ์ เพราะคำว่า มหาราชา เป็น ปุงลิงค์ คือ เพศชาย จึงต้องใช้ ทีฆายุโก ส่วน มหาราชินี เป็น อิตถีลิงค์ คือ เพศหญิง จึงใช้ ทีฆายุกา นั่นเองค่ะ และทั้งหมดก็คือไทยรัฐออนไลน์ประจำครั้งนี้ พบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

instagram : kru_lilly , facebook : ครูลิลลี่