ทนายเดชาชี้ พระมีสิทธิอบรมเณรได้ตามหน้าที่ และลงโทษเณรได้ตามความเหมาะสม แต่ถ้าทำเกินเหตุ หรือทำร้ายสาหัส ก็ต้องว่าตามกฎหมาย ...
จากกรณี หลวงตาลงโทษตีเณร 9 ขวบปางตาย หลังมาบวชภาคฤดูร้อนพร้อมน้องชายตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. แต่เพราะเณรดื้อ และไปรังแกเณรน้อง ระหว่างทำวัตรเย็น พอเรียกมาตักเตือนกลับด่าถึงบรรพบุรุษ เลยใช้ไม้ไผ่หวดสลบเหมือด ไม่นึกว่าอาการจะหนัก เห็นท่าไม่ดีแจ้งมูลนิธิของวัดพาส่งโรงพยาบาล
แพทย์ ตรวจพบคางแตก หัวปูด แขน และข้อมือหัก 2 ท่อน ตำรวจพาไปสึกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ต่อมา ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับคดีนี้ ไว้ในเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ว่า ข้อกฎหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับคดีนี้คือ 1.พระมีสิทธิ อบรมเณรได้ตามหน้าที่ และมีสิทธิลงโทษเณรได้ตามความเหมาะสม
2. การลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ก็คือการทำร้ายร่างกายนั่นเอง ต้องยอมรับผลในการกระทำความผิดของตัวเอง 3. การอ้างบันดาลโทสะถ้ามีการด่าบุพการีจริงก็มีเหตุทำให้บรรเทาโทษได้ โดยศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 แต่ก็ต้องไปนำสืบกันในศาลว่าถึงขนาดบันดาลโทสะหรือไม่
แต่ตอนนี้ก็ต้องโดนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสไปก่อน ตามมาตรา 297
พร้อมแสดงความเห็นว่า คดีนี้พระอายุมากแล้ว บวชเรียนมานาน แต่ยังขาดสติ.
...
(ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์)