มูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต เตรียมจัดโครงการ "จักรพันธุ์ โปษยกฤตนิทรรศการ" จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนชุดแรกผลงาน จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ...

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต มีการแถลงข่าวโครงการ "จักรพันธุ์ โปษยกฤตนิทรรศการ" จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนชุดแรกผลงาน จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ปี 2543 โดย นายวัลลภิศร์ สดประเสริฐ รองประธานมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต กล่าวว่า การแสดงนิทรรศการหมุนเวียนครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ส.ค. – 25 ธ.ค.2561 นับเป็นนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ที่รวบรวมผลงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าในรอบ 15 ปี ด้วยฝีมือ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างสรรค์สืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมไทยแห่งแผ่นดินกรุงรัตนโกสินทร์ด้วยอัตลักษณ์ความเป็นเอก โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงส่วนใหญ่ล้วนเป็นระดับมาสเตอร์พีซ ทั้งด้านจิตรกรรมร่วมสมัย จิตรกรรมแนวไทยประเพณี ประติมากรรม และผลงานหุ่นกระบอกที่ผสานด้วยงานประณีตศิลป์ นาฏดุริยางคศิลป์ และผลงานวรรณกรรม ที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่าทางสุนทรียภาพ ถ่ายทอดความงามได้อย่างละเอียดอ่อนทรงคุณค่า

นายวัลลภิศร์ กล่าวอีกว่า สำหรับผลงานที่เป็นไฮไลต์โดดเด่น อาทิ ผลงานภาพจิตรกรรมสีน้ำมันพระแม่คงคา พ.ศ.2553 หุ่นกระบอกชุดสามก๊กที่จัดแสดงขึ้นเมื่อ พ.ศ.2532 ผลงานหุ่นกระบอกล่าสุดชุดตะเลงพ่าย พระบรมฉายาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่สร้างสรรค์ด้วยสีปาสเตลบนกระดาษ พ.ศ.2529 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สีปาสเตลบนกระดาษ พ.ศ.2551 รวมถึงประติมากรรมต้นแบบทศกัณฐ์จากเรื่องรามเกียรติ์ รวมทั้งงานประณีตศิลป์และผลงานปั้นขี้ผึ้งต้นแบบซุ้มประตูเมืองอยุธยา หรือแบบร่างอื่นๆ ที่หาชมได้ยากซึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน โดยทางมูลนิธิฯ จะนำผลงานอาจารย์จักรพันธุ์มาจัดแสดงหมุนเวียนสับเปลี่ยนทุกๆ 4 เดือน เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่เยาวชนและผู้ที่สนใจจะได้รับประโยชน์จากการศึกษาผลงานบรมครูศิลปินแห่งชาติ และเป็นการธำรงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมผ่านผลงานศิลปกรรมด้วย

...

นอกจากนี้ ขณะนี้มูลนิธิฯ อยู่ระหว่างการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต บริเวณถนนสุขาภิบาล 5 เขตสายไหม กรุงเทพฯ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปะแห่งใหม่ ที่มีการรวบรวมศิลปวัตถุสำคัญของชาติ ตลอดจนมีโรงมหรสพสำหรับจัดแสดงหุ่นกระบอกด้วยระบบเวที แสง สี เสียง อย่างเต็มรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งแรกในประเทศ

โดยมุ่งเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมไทยสู่ประชาชนให้กว้างขวาง คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในปี 2562.