ผมโกรธ ผมเสียหาย! อากู๋ เจ้าของโรงแรม สุดยัวะ หนุ่มแบงก์จอมมโน กุเรื่องคลิประเริงรักกับแฟนสาว หลุดว่อนทวิตเตอร์

จากกรณีหนุ่มแบงก์ที่ได้ขอความช่วยเหลือจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังพบว่ามีรูปตัวเองกับแฟนสาวที่กำลังมีเพศสัมพันธ์อยู่ในทวิตเตอร์ ซึ่งพบว่าหนุ่มแบงก์คนนี้น่าจะกุเรื่องขึ้นมา ตามที่ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ (อ่านข่าวทั้งหมด คลิก ที่นี่ )

ล่าสุด อากู๋ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 75 ปี เจ้าของโรงแรมที่ถูกพาดพิง ได้เดินทางมาให้ปากคำกับตำรวจในฐานะผู้เสียหาย พร้อมเปิดเผยว่า ตนได้ลงบันทึกประจำวันตั้งแต่เมื่อวานแล้วเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ต้องหาทำแบบนี้ทำไม เพราะทำให้ทางโรงแรมได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุไม่มีลูกค้ากล้าเข้าใช้บริการเลย ส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักกับหนุ่มคนดังกล่าวมาก่อน เพียงแต่ตัวเองเคยกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่งที่หนุ่มคนนี้ทำงานอยู่ หลังจากนี้เตรียมฟ้องกลับ ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

"ผมเสียหายมาก ผมโกรธ ไม่มีคนมาพักเลยตอนนี้ ไม่เคยมีความขัดแย้ง ผมไม่รู้ว่าผู้ต้องหาเป็นใครเลย"

อย่างไรก็ตาม หนุ่มแบงก์คนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนมีหน้าที่การงาน ตนไม่ได้กุเรื่องขึ้นมา และที่เกิดขึ้นเป็นการพิจารณาภาพที่ไม่ดี แต่ก็ยืนยันว่าตนได้เข้าพักที่โรงแรมนั้นจริง ส่วนที่ก่อนหน้านี้ออกมายืนยันว่า ทรัพย์สินและนาฬิกาเป็นของตนนั้น วันนี้ก็มารีเพลย์ภาพช้าๆ ดูแล้วมันไม่ใช่ตัวเอง ก็ยืนยันว่าเป็นการตรวจที่ไม่ถ้วนถี่

...

"ผมไม่ได้ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ผมไม่ได้มีปัญหากับเจ้าของโรงแรม ผมเคยใช้บริการโรงแรมนี้เพียง 3-4 ครั้ง สรุปแล้วไม่มีคลิปของผมหลุดออกมา ผมก็ขอโทษทางโรงแรมด้วย ก็ไม่มีเจตนากุเรื่องราวขึ้นมา หรือทำตัวเองให้ดัง หน้าที่การงานตัวเองก็มี ผมก็เสียเวลาเหมือนกัน เสียเวลาพี่ๆ ด้วยเหมือนกัน ช่วงนั้นมันอารมณ์หงุดหงิดคิดว่าเป็นตัวเองไปหมด พอมาตรวจดูตอนใจเย็นๆ กับพวกพี่ๆ ก็พบว่ามันไม่ใช่"

ส่วนคลิปนั้น ตนได้ก๊อปมาจากทวิตเตอร์ที่เขาซื้อขายคลิปจริงๆ โดยได้ก๊อปคลิปส่งต่อให้คุณอัจฉริยะ และอ้างว่าเป็นคลิปที่ถ่ายผมจริงๆ ส่วนที่คุณอัจฉริยะตั้งข้อสังเกตว่าการโอนเงินนั้นไม่จริง ก็ขอยืนยันว่าเป็นการซื้อขายคลิปจริงๆ

ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่ทำไปไม่ได้เรียกรับเงินจากเจ้าของโรงแรม เพราะมีหน้าที่การงานดี หากพบว่าทำแล้วโดนจับผมจะทำไปทำไม ก็ไม่ทำดีกว่า เพราะดูกับแฟนแค่ 2 คน ก็เลยเชื่อว่าใช่ ก็เลยคิดมาก ก็เลยโมโห และไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน