นัดเคลียร์ประเด็น 'แปะหน้าอกทวงเงินป.2' ครูรอพูดคุย แต่ผู้ปกครองกลับไม่มา

จากกรณีครูโรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ ติดสก๊อตเทปที่หน้าอกของเด็กนักเรียนชั้น ป.2 โดยระบุว่า "ยังไม่ได้ชำระค่าเทอม 700 บาท" จนมารดาเด็กถ่ายภาพไปลงเฟซบุ๊กกระทั่งมีการแชร์ข้อความอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ตามที่ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ (คลิกอ่านข่าวทั้งหมด ที่นี่)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.61 คุณครูเอ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 49 ปี เปิด ว่า ตนเองเป็นครูที่ติดป้ายที่หน้าอกตามที่เป็นข่าวจริง ซึ่งในวันนี้ได้นัดพบผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่เป็นอดีตลูกศิษย์ของตนเองชื่อ เปิ้ล มาพบเจอเพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่รอนานกว่าชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววของผู้ปกครองแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปในวันที่เกิดเหตุ โรงเรียนได้จัดประชุมผู้ปกครองชี้เรื่องแจงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเรื่องการทำประกันชีวิตกลุ่ม และค่าจ้างอาจารย์สอนพิเศษที่จะต้องจ่ายคนละ 700 บาท ซึ่งในวันนั้นช่วงเช้าตนได้ตรวจสอบพบเด็กนักเรียนในห้องที่ตนเป็นครูประจำชั้นนั้นยังค้างค่าเทอมอยู่อีกจำนวน 14 คน ครูจึงติดป้ายคัดแยกเด็กไว้จากจำนวนเด็กในห้องทั้งหมด 39 คน

ทั้งนี้ ช่วงสายผู้ปกครองได้มาจ่ายเงินจำนวน 13 คน เหลือเด็กชายโรนัลโด (นามสมมติ) เพียงคนเดียว กระทั่งช่วงใกล้เที่ยงวันเดียวกันเด็กชายโรนัลโดก็ดึงป้ายออก และไปทานข้าวกลางวัน ต่อมารุ่งขึ้นครูก็ได้โทรศัพท์ติดต่อกับนางสาวเปิ้ลแม่ของโรนัลโด ให้มาชำระเงินแต่ก็ติดต่อไม่ได้ ตกกระทั่งเย็นครูจึงนำป้ายไปติดหน้าอกและกำชับเด็กชายโรนัลโดว่าห้ามแกะออกเพื่อจะได้ให้ผู้มารดาเห็นและมาจ่ายเงิน เพราะทางโรงเรียนจะต้องเร่งส่งเงินค่าประกันชีวิตให้กับบริษัท

...

กระทั่งมาทราบอีกครั้ง คือ วันศุกร์ที่ญาติฝ่ายสามีโทรศัพท์มาต่อว่า เพราะโลกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์จนทำให้เสื่อมเสียนามสกุลของสามี หลังเกิดเรื่องราวครอบครัวก็ได้บอกให้ตนหยุดอ่านข่าวสารทุกประเภท ก็รู้สึกเสียใจมากที่รับราชการครูมา 28 ปี ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เลย

อย่างไรก็ตาม นางสาวเปิ้ลแม่ของเด็กชายโรนัลโด ได้โทรศัพท์มาพูดคุยขอโทษตนซึ่งตนเองก็ได้กล่าวกับเปิ้ลไปว่า จำครูได้ไหมที่ครูเคยเป็นครูห้องสมุด เปิ้ลก็บอกว่ารู้สึกตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่คิดว่าจะบานปลายไปขนาดนี้ และรับปากว่าจะมาพบและขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่โรงเรียน แต่ท้ายสุดแล้วก็ไม่มาตามนัด แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะตนเองคิดว่าตนเองเป็นแม่คนที่สองคนเด็กรวมถึงแม่ของเด็กด้วยเพราะตัวเปิ้ลเองก็ยังเรียกตนเองว่าแม่อีกด้วย ตนยังรู้สึกกับเด็กชายโรนัลโดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตามครูเอได้ฝากถึงโลกออนไลน์ว่า "ครูรู้สึกจุกมาก กับสิ่งที่เป็นข่าวไป อยากฝากว่า ท่านมีสิทธิ์ที่จะออกความคิดได้แต่ควรไตร่ตรองด้วยว่าจริงหรือไม่ ไม่ควรคิดว่าไม่ใช่รูปหน้าของท่านก็วิจารณ์จนเสียหายกันไปเยอะ สำหรับสิ่งที่ทำมาถ้าดูจากโซเชียลก็คิดว่าทำผิด แต่ที่จริงแล้วจิตใจครูไม่มีอะไรเพราะครูคิดแต่เพียงว่าต้องการสื่อสารให้ผู้ปกครองทราบว่าประกันจะขาดความคุ้มครอง ก็ยอมรับว่าวิธีการนั้นไม่ถูกต้อง แต่ที่ทำก็เพื่อย้ำเตือนให้ผู้ปกครองทราบเท่านั้น แต่ผลที่ออกมาทำให้ผู้ปกครองโมโหอย่างรุนแรง แต่ในวันนี้ตนก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากที่ได้พูดผ่านสื่อมวลชนออกไป และตนเองจะต้องเข้าพบคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่สำนักงานเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ต่อไป"