หนุ่มดวงเฮงได้ทองคำมูลค่า 10 ล้านบาท จับจ่ายเพื่อครอบครัว และการลงทุนตลอดปี 59-61 ปัจจุบันแทบกระอัก เจอสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 3.5 ล้าน เพราะไม่รู้ว่ารางวัลถือเป็นรายได้อย่างหนึ่ง...
แฟนเพจเฟซบุ๊ก เกิดผล แก้วเกิด หรือ ทนายเกิดผล โพสต์เรื่องของหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเป็นทองคำมูลค่า 10 ล้านบาท เมื่อปี 2559 แต่ด้วยความไม่รู้ว่ารางวัลดังกล่าว ถือเป็นรายได้อย่างหนึ่ง ซึ่งต้องเสียภาษี จึงใช้เงินที่ได้มาทั้งหมด ไปกับการจับจ่าย เพื่อครอบครัว และการลงทุนในระยะเวลาจากปี 2559-2561 เงินทองจึงหมดไปกับทรัพย์สินบางอย่าง
กระทั่งปัจจุบัน มีหนังสือจากกรมสรรพากร ให้ชำระภาษีรายได้บุคคลธรรมดา จำนวน 3,559,895 บาท ความไม่รู้ ไม่เตรียมใจ จึงไม่มีเงินพอชำระภาษีได้ จึงชำระไปเพียง 10,000 บาท และอาจต้องขอผ่อนชำระกับสรรพากรต่อไป ด้าน ทนายเกิดผล โพสต์ด้วยว่า “วางแผนชีวิตยากพอๆ กับวางแผนภาษีเลยนะ อย่าประมาทชีวิต อย่าคิดว่าดวงจะดีตลอดเวลา” ทั้งนี้ มีชาวเน็ตมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็นเรื่องการรับรางวัลและการชำระภาษีมากมาย
(ต้นฉบับ)
ทั้งนี้ กรมสรรพากร มีการออกประกาศ เรื่องการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ไว้ในข้อ 6 กรณีจ่ายรางวัลในการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค หรือการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน ยังคงให้หักภาษี ณ ที่จ่าย ไว้ในอัตราร้อยละ 5.0 เหมือนเดิม
เป็นเหตุให้เงิน 10 ล้านบาทนี้ มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไป 5 แสนบาท แต่เมื่อรวมรายได้สุทธิทั้งปี 59 ของชายคนนี้เกิน 4 ล้านบาท จึงต้องถูกจัดเก็บในอัตราร้อยละ 35 ด้วย แต่เมื่อไม่ได้จ่ายจึงโดนดอกเบี้ยเพิ่มไปอีกกระทั่งเป็นยอด 3.5 ล้านดังกล่าว
...
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กรมสรรพากร มีการประกาศอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2560 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ใหม่ โดยปรับเงินได้สุทธิใหม่ โดยตั้งแต่ 5 ล้านขึ้นไป ต้องถูกจัดเก็บในอัตราร้อยละ 35.
ขอบคุณเฟซบุ๊ก เกิดผล แก้วเกิด, ประกาศกรมสรรพากร, อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๖๐๐)พ.ศ. ๒๕๕๙