กรมพัฒนาที่ดินเดินหน้าสร้างฝายชะลอน้ำภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน เพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอ พร้อมติดตามการใช้งบกันปัญหาทุจริตเงินทอน...
นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องการปรับพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวแล้วเปลี่ยนมาผลิตสินค้าเกษตรอื่นที่เหมาะสมควบคู่กับการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 6,832 ไร่ ดังนั้น เพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอต่อการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน จึงเร่งสร้างฝายชะลอน้ำและจัดหาแหล่งน้ำในชุมชน ผ่านกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ จำนวน 1,097 แห่ง งบประมาณ 109.700 ล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญในการสร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพราะการสร้างฝายจะช่วยกักเก็บน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ไว้ใช้ทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ลดปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดิน โดยแรงงานที่เข้ามาช่วยสร้างฝายแต่ละแห่งกรมเน้นจัดจ้าง ชาวบ้านในพื้นที่ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากมีแหล่งน้ำยังเป็นการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอีกด้วย
นายสุรเดช กล่าวต่อว่า นอกจากกิจกรรมการสร้างฝายชะลอที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง กรมพัฒนาที่ดินยังได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ เพื่อการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่เกษตรกร รวมถึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องการผลิตปุ๋ยหมักจากผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน การปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืช เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรอีกด้วย โดยตลอดระยะเวลาทางเจ้าหน้าที่จากกรมพัฒนาที่ดิน จังหวัด องค์กรปกครองท้องถิ่น เกษตรกรในพื้นที่ จะร่วมกันตรวจสอบการใช้งบประมาณ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทุจริตเงินทอน
...
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการโอนเงินงบประมาณเพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุและจัดจ้างแรงงานเพื่อก่อสร้างจำนวน 67 ล้านบาท ในการก่อสร้างฝาย 845 แห่ง จาก 1,097 แห่ง พร้อมทั้งติดตามการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของวัสดุที่นำมาใช้อย่างเช่น ถุงบรรจุทราย ปูนซีเมนต์ และทรายที่นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ให้เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนดไว้.