เรื่องเก่าเล่าใหม่... เปิดความสัมพันธ์ระหว่าง "พระเพทราชา" กับสตรีสูงศักดิ์หลังม่าน หลังยึดอำนาจสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หวังปกป้องอยุธยาจากฝรั่งมังค่า แต่สุดท้ายเลี้ยงไม่พ้นยังสานสัมพันธ์กับโลกตะวันตก...
จากฉากในละคร บุพเพสันนิวาส ก่อนที่พระเพทราชาจะยึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งมีการพูดคุยกันในโบสถ์ ทำให้หลายคนสงสัยว่า สตรีที่นั่งอยู่หลังม่านนั้นเป็นใคร จากความเป็นไปได้ คาดว่าสตรีสูงศักดิ์ที่อยู่หลังม่านนั้นคือ เจ้าฟ้ากรมหลวงโยธาทิพ เป็นพระขนิษฐาของสมเด็จพระนารายณ์ พระองค์ทรงพระสิริโฉมงดงามมาก กับ เจ้าฟ้ากรมหลวงโยธาเทพ พระราชธิดาของสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งประสูติแต่พระมเหสีฝ่ายขวา ซึ่งภายหลังมีความเกี่ยวข้องกับพระเพทราชาเป็นอย่างมาก
โดยหลังจากสมเด็จพระเพทราชาได้ยึดอำนาจจาก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และได้สั่งประหารเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) รวมไปถึง เจ้าฟ้าอภัยทศ, เจ้าฟ้าน้อย (พระอนุชาต่างพระมารดา) และพระปีย์ (พระราชโอรสบุญธรรม) ส่งผลให้พระเพทราชาขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์บ้านพลูหลวง ทรงพระนามว่า "สมเด็จพระมหาบุรุษ วิสุทธิเดชอุดม บรมจักรพรรดิศร บรมนาถบพิตร สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว"
ส่วนเหตุผลในการยึดอำนาจ สืบเนื่องจาก พระเพทราชา ไม่พอใจที่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ชาวต่างชาติได้อภิสิทธิ์อย่างมาก มีการบังคับให้พระสงฆ์ลาสิกขาออกมาใช้แรงงาน เกรงว่าประเทศจะเสียสมดุล เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วจึงขับไล่ทหารฝรั่งเศสออกจากป้อมบางกอก แต่ยังทรงอนุญาตให้บาทหลวง และพ่อค้าชาวฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาต่อไปได้ และได้มีการทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศส เรื่องการขนย้ายทหาร และทรัพย์สินของฝรั่งเศสออกจากป้อมที่บางกอก โดยฝ่ายอาณาจักรอยุธยาเป็นผู้จัดเรือ กับต้องส่งคืนทรัพย์สิน ที่เป็นของกรุงศรีอยุธยาคืนทั้งหมด สำหรับข้าราชการและราษฎรไทย ที่ยังอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ทางฝรั่งเศสจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยา ผลการปฏิบัติดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับฝรั่งเศส สิ้นสุดลงตั้งแต่นั้นมา
...
ทั้งนี้ พระเพทราชา ทรงตั้ง "คุณหญิงกัน" ซึ่งเป็นมเหสีเดิม ขึ้นเป็นพระอัครมเหสีฝ่ายขวา ตั้งกรมหลวงโยธาเทพ (มีพระนามเดิมว่า พระสุดาเทวี หรือ หรือ เจ้าฟ้าสุดาวดี) พระราชธิดาในสมเด็จพระนารายณ์ เป็นพระมเหสีฝ่ายซ้าย เชื่อกันว่าพระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดปรานมาก หากมีผู้ใดเสกสมรสด้วยจะย่อมได้รับสิทธิธรรมเหนือราชบัลลังก์ ตรงจุดนี้ทำให้พระเพทราชามีสิทธิธรรมในราชบัลลังก์สมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งมีบันทึกไว้ว่า ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ยก กรมหลวงโยธาเทพ ให้กับ เจ้าฟ้าน้อย ซึ่งตัวของกรมหลวงโยธาเทพเองก็มีพระปรารถนาลึกซึ้งต่อเจ้าฟ้าน้อย แต่เจ้าฟ้าน้อยกลับลักลอบเป็นชู้กับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอก เสียก่อน จึงมีพระราชประสงค์ให้กรมหลวงโยธาเทพ อภิเษกสมรสกับพระปีย์ แทน แต่กรมหลวงโยธาเทพไม่ทรงยินยอม
นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งให้ กรมหลวงโยธาทิพ พระขนิษฐาในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็น มเหสีฝ่ายขวา และตั้งนางนิ่มเป็นพระสนมเอก ตั้งหลวงสรศักดิ์เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ตั้ง หม่อมแก้ว บุตรท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (แจ่ม) พระขนิษฐาของพระองค์เป็นกรมขุนเสนาบริรักษ์
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่พระเพทราชาได้ขับไล่ชาวตะวันตกออกไปนั้น ทำให้มีคนตั้งกระทู้ว่า "ราชวงศ์บ้านพลูหลวง ถือว่าเป็นยุคตกต่ำสุดของอยุธยารึเปล่า?" ซึ่งในท็อปคอมเมนต์ได้ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า การที่พระเพทราชาขับไล่ฝรั่งเศสออกไปนั้น เป็นเพียงการขับไล่ทหารฝรั่งเศสในสมัยพระนารายณ์มหาราช ไม่ได้ปิดกั้นประเทศจากโลกตะวันตก ยังมีการค้าขายกับหลายประเทศ เห็นได้จาก ฮอลันดา ซึ่งเป็นศัตรูของฝรั่งเศส ยังคงมีสัมพันธไมตรีอันดีกับไทย และ ชาวดัตช์หลายคนได้รับราชการมีบรรดาศักดิ์ ฝรั่งเศสเองก็มีความพยายามจะเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในสมัยพระเพทราชา ซึ่งก็ปรากฏมีพิธีรับพระราชสาส์นอย่างครั้งสมเด็จพระนารายณ์ และยังปรากฏหลักฐานว่า ในสมัยพระเจ้าเสือเองก็ทรงมีความต้องการที่จะฟื้นฟูพระราชไมตรีขึ้นมาอีกครั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เฉลย! สตรีหลังม่านคือใคร ทำไมมีพลังนัก
- ฉาวโฉ่ทั้งราชสำนัก! เปิดตำนานรัก สนมเอกพระนารายณ์ เล่นชู้ เจ้าฟ้าน้อย
ภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ โบราณนานมา, ศรีสรรเพชญ์ สมาชิกเว็บไซต์พันทิป