ข่าว
100 year

เติมไฟรังสรรค์ผลงานไร้พรมแดน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 เม.ย. 2561 05:01 น.
SHARE

ตามรอยศิลปินแห่งชาติร่วมสานงานศิลป์กับศิลปินอเมริกันถึงเมืองลุงแซม

ศิลปะ สิ่งสวยงามที่สร้างความสุนทรีให้มวลมนุษยชาติ โดยไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา เพศ วัย หรือแม้กระทั่งความยากดีมีจน

ศิลปิน ผู้สร้างศิลปะจึงต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ และนั่นย่อมหมายถึงการต้องเติมไฟ และการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อรังสรรค์ผลงานอย่างไม่หยุดนิ่ง

จึงเป็นที่มาของการจัด นิทรรศการ International Exchange Show และหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างศิลปินแห่งชาติประเทศไทย กับหน่วยงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่หอศิลป์ LA Artcore นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา นำทีมโดย นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยศิลปินแห่งชาติ อ.กมล ทัศนาญชลี, อ.เดชา วราชุน, อ.ธงชัย รักปทุม, อ.วิโชค มุกดามณี พร้อมด้วย ฐาปนันดรศิลปิน นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนศิลปินที่ส่งผลงานไปจัดแสดงระหว่างวันที่ 22 มี.ค.-7 เม.ย.2561 ซึ่ง ทีมข่าววัฒนธรรม มีโอกาสติดตามคณะเพื่อร่วมงานด้วย

สำหรับผลงานของศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ที่นำไปร่วมจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ มีรวมทั้งสิ้น 28 ชิ้นงาน จากศิลปินแห่งชาติของไทย 9 คน อาทิ ผลงาน “เสือ” ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ผลงาน “การเคลื่อนไหวของเส้นและจุด” ของ อ.เดชา ผลงาน “ร่องรอยแห่งพหุวัฒนธรรม” ของ อ.ปรีชา เถาทอง ผลงาน “กระดูก# 1 และกระดูก#2” ของ อ.ทวี รัชนีกร ผลงาน “สรรพสิ่งแห่งขุนเขา” ของ อ.ธงชัย ผลงาน “แสงแห่งฤดูร้อน” ของ อ.อิทธิพล ตั้งโฉลก ผลงาน “ดาลี” ของ อ.วิโชค ผลงาน “การสร้างใหม่ No.10 และ No.14” โดย อ.ปัญญา วิจินธนสาร ผลงาน “หนังใหญ่” ของ อ.กมล และผลงาน “ยางนา” ของ นายชวน หลีกภัย ฐาปนันดรศิลปิน

สิ่งที่ ทีมข่าววัฒนธรรม สัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกของการเปิดนิทรรศการ ซึ่งมี นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ประจำนครลอสแอนเจลิส ศิลปินชาวอเมริกัน และผู้ชื่นชอบงานด้านศิลปะทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ร่วมงานจำนวนมากคือ บรรยากาศของความปลาบปลื้มและอิ่มเอมใจกับผลงานศิลปะที่นำมาจัดแสดงทุกชิ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ศิลปินแต่ละท่านแนะนำผลงาน เล่าถึงที่มา และแรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์แต่ละชิ้นงาน ยิ่งเป็นเหมือนไฮไลต์ที่สร้างความประทับใจ และรอยยิ้มจากทุกคนตลอดเวลา

“การจัดนิทรรศการศิลปกรรมนานาชาติครั้งนี้ นับว่ามีส่วนสำคัญในการส่งเสริมด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปะร่วมสมัย ที่ยังคงรักษาสิ่งดีๆแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ก็มีส่วนร่วมนำเสนอผลงานที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ซึ่งขอแสดงความชื่นชม ทั้งงานด้านวัฒนธรรม ถือเป็นภารกิจหลักอีกประการหนึ่งของสถานกงสุล ที่นอกเหนือจากเรื่องชุมชนและเศรษฐกิจ จึงพร้อมจะช่วยดูแลและสนับสนุน” นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ประจำนครลอสแอนเจลิส กล่าวถึงการจัดงาน นิทรรศการ International Exchange Show

ขณะที่ นางฉวีรัตน์ กล่าวว่า การที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการที่จะให้ศิลปินที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองกับศิลปินต่างประเทศ ทั้งขณะที่ศิลปินได้เดินทางมาที่สหรัฐอเมริกาก็ยังได้ไปดูหอศิลป์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการให้โอกาสศิลปินได้มองเห็นโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปินแห่งชาติเหล่านี้จะต้องไปสอน และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นหลัง การที่ศิลปินได้เพิ่มเติมความรู้จากเดิมที่เคยมี โดยเฉพาะการได้ดูหอศิลป์ใหม่ๆ ก็ทำให้เห็นโลกทัศน์ของงานศิลปะกว้างขึ้น มีภูมิแน่นยิ่งขึ้นเมื่อไปสอนเด็ก

“อีกประการหนึ่งคือ ผลงานของศิลปินไทยได้ออกมาสู่สายตาของชาวโลกที่ต่างประเทศ ก็จะทำให้คนได้รู้จักประเทศไทยเพิ่มยิ่งขึ้น สร้างภาพลักษณ์และส่งเสริมอัตลักษณ์ของไทยไปในเวทีโลก เพราะหากประกาศให้เป็นศิลปินแห่งชาติแล้วเราไม่สนับสนุนส่งเสริมทรัพยากรให้ท่านเหล่านั้นได้ทำงานในวิชาชีพ ท่านก็จะหยุดอยู่แค่นั้น จึงเป็นหน้าที่ที่ภาครัฐจะต้องส่งเสริมสนับสนุนจึงเกิดโครงการแลกเปลี่ยนศิลปิน โดยมี อ.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ และนับเป็นศิลปิน 2 ซีกโลก เพราะท่านอยู่ที่สหรัฐอเมริกาช่วยดูแลและประสานงาน ทั้งตอนนี้เรายังมีโครงการเปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นเด็กได้มาเรียนรู้ด้วย” นางฉวีรัตน์ กล่าวถึงความสำคัญของโครงการ

ด้าน อ.กมล กล่าวว่า เราเป็นประเทศแรกๆ เรียกได้ว่าเป็นหัวหอกสำหรับโครงการแลกเปลี่ยนเรื่องศิลปะกับที่นี่ โดยเฉพาะทางเอเชียแล้ว เราเป็นประเทศแรกที่ทำกิจกรรมนี้กับทาง LA Artcore ซึ่งโครงการนี้ทำต่อเนื่องมา 10 กว่าปีแล้ว และถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมีศิลปินจากทางสหรัฐอเมริกาที่ตื่นเต้น และอยากร่วมโครงการไปที่ประเทศไทยจำนวนมาก จนบางครั้งรับไม่ไหว เนื่องจากทางเราสามารถให้โควตาได้เต็มที่ประมาณ 10 คน โดยทางเราจัดงานแสดงผลงานของเขาที่หอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน ขณะเดียวกัน ก็พาชมบ้านเมืองไทย พบปะกับศิลปินของเรา ตลอดจนมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้กับทั้งเด็ก ครู และศิลปินของเรา จะได้เห็นแนวความคิดสร้างสรรค์ เขาเองก็ต้องการมาหาประสบการณ์และเก็บบางอย่างที่คนไทยเราอาจจะทอดทิ้งไป รวมถึงความประทับใจ จากการร่วมโครงการกลับไปขยายผลในผลงานของเขา

“ขณะเดียวกัน เราก็นำคณะศิลปินแห่งชาติของไทยมาจัดแสดงที่หอศิลป์ LA Artcore มาหาประสบการณ์เพื่อนำกลับไปสร้างผลงานต่อไป ศิลปินนั้นอยู่กับที่ไม่ได้ ต้องได้เห็น ได้รู้มากๆ ได้มาสัมผัสกับศิลปินนานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ทั้งการได้ดูพิพิธภัณฑ์ศิลปะ จะทำให้ศิลปินแห่งชาติได้นำประสบการณ์ต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ในการ บรรยายสอน และถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้ให้เพิ่มพูนและขยายวงกว้างขึ้น” อ.กมล กล่าวในที่สุด

ทีมข่าววัฒนธรรม เห็นด้วยอย่างยิ่งกับโครงการนี้ เพราะเท่ากับเป็นการเติมไฟให้ศิลปิน ในการรังสรรค์ผลงานศิลปะอย่างไร้พรมแดน และเติมเต็มองค์ความรู้ในงานด้านศิลปะ

แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ เป็นการประกาศให้รู้ว่า ศิลปินของไทยก็สามารถผงาดในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ และเต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการสร้างสรรค์งานศิลป์ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยทีเดียว.

ทีมข่าววัฒนธรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศิลปินแห่งชาติศิลปะนิทรรศการสหรัฐอเมริกาInternational Exchange Showข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้