ย้อนดูบทลงโทษสุดโหด ของการคบชู้สมัยอยุธยา ผู้หญิงต้องโดนโกนผมเป็นรูปกากบาท เอาขึ้นบนขาหยั่งแล้วนำแห่ประจานรอบตลาด ส่วนผู้ชายแค่โดนปรับ...

หากย้อนไปสมัยกรุงศรีอยุธยา การมีภรรยาหลายคนเป็นเครื่องแสดงฐานะ และถ้าขุนนางคนไหนไม่มีเมียน้อย แทนที่ผู้คนจะสรรเสริญ กลับถูกนินทาว่าต้องมีอะไรบกพร่องหรือไม่ก็ผิดปกติทางเพศ ด้วยเหตุนี้ยิ่งเป็นขุนนางตำแหน่งสูงเท่าไร ยิ่งต้องมีเมียมากเพื่อเพิ่มบารมี

เมื่อจำนวนเมียมีมาก แต่สามีมีคนเดียว สามีก็อาจให้ความสุขกับบรรดาเมียได้ไม่เต็มที่ เป็นเหตุให้ผู้หญิงบางคนไปคบชู้สู่ชาย กฎหมายลักษณะผัวเมียจึงได้วางระเบียบเอาไว้ว่า หากชายใดเป็นชู้กับเมียหลวงมีโทษหนักที่สุด ต้องถูกปรับไหมเต็มจำนวน ส่วนเมียน้อยอื่นๆ โทษจะลดหลั่นลงมา เพราะถือว่าไม่สำคัญ ผู้ชายสามารถมีได้หลายคนอยู่แล้ว

ส่วนการลงโทษผู้หญิงที่มีชู้ ให้เอาเฉลวปะหน้า ทัดดอกฉบาแดงสองหู ร้อยดอกฉบาเป็นมาลัยใส่ศีรษะใส่คอ ให้นายฉม่องตีฆ้องนำหน้าประจานสามวัน แต่ถ้าหญิงมีชู้กับชายสองคน กฎหมายให้ลงโทษผู้หญิงด้วยการจับโกนหัวเป็นตะแลงแกง คือโกนผมเป็นรูปกากบาท เอาขึ้นบนขาหยั่งแล้วพาแห่ประจานไปรอบตลาด

นอกจากนี้ ถ้าหญิงคนนั้นมีชู้มากกว่าสองคนขึ้นไป กฎหมายถือว่าเป็นหญิงแพศยา ชายที่มาเป็นชู้ด้วยเลยรอดตัวไม่ถูกปรับไหมหรือลงโทษอะไรทั้งสิ้น เพราะหญิงนั้นสำส่อนชั่วช้าเอง มีแต่ตัวผู้หญิงที่จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง นอกจากถูกโกนหัวแห่ประจานแล้ว ยังจะถูกสักรูปชายหญิงกำลังประกอบกามกิจกันไว้บนแก้ม.

(ข้อมูล ย้อนรอยประวัติศาสตร์ยุคใหม่ในสยาม)