ทำความรู้จักประเพณีทูตานุทูตไทย แม้จะเรียก “ราชทูต อุปทูต และตรีทูต” ก็นับเปนทูตด้วยกันทั้ง 3 คน ไม่มีชั้นสูงต่ำอย่างแบบฝรั่ง

เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น สำหรับละครที่เป็นกระแสฮิตติดลมบนไปทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังดังไกลไปหลายประเทศแล้ว สำหรับละครบุพเพสันนิวาส เรียกได้ว่าแต่ละสัปดาห์คอละครใจจดใจจ่ออยากให้ถึงวันที่ออกอากาศไวๆ เพื่อจะได้ติดตามเรื่องราวต่อ และในตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่จะมีคณะทูตในเรื่อง

ไทยรัฐออนไลน์ จึงได้นำเกร็ดประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งในเรื่องความแตกต่างของ “ลำดับทูต” ระหว่างของไทยและต่างชาติในสมัยก่อน โดยขออ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิซอร์ซ นำมานำเสนอบางส่วน ดังนี้

ประเพณีทูตานุทูตไทยที่ไปจำทูลพระราชสาส์นยังต่างประเทศแต่โบราณยศราชทูต ไม่มีชั้นสูงต่ำอย่างแบบฝรั่ง ทูตคงไปเปนคณะ 3 คนเหมือนกันทุกคราว เรียกว่าราชทูตคน 1 อุปทูตคน 1 ตรีทูตคน 1 นับเป็นทูตด้วยกันทั้ง 3 คน บันดาศักดิ์ราชทูตตามที่ปรากฏในจดหมายเหตุครั้งกรุงก่า เปนชั้นออกพระเปนอย่างสูง เพียงบัดาศักดิ์เปนออกขุนเปนราชทูตก็มี พิเคราะห์ตามราชทินนามของทูตานุทูตที่ปรากฏ เช่น คราวโกษาปานราชทูตเปนออกพระวิสูตรสุนทร อุปทูตเปนออกหลวงศรีวิสารวาจา ตรีทูตเปนออกขุนกัลยาณราชไมตรี ทูตไทยไปเมืองจีนในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราชทูตเปนที่ออกขุนศิริราชไมตรี ต่อมา ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ราชทูตไปลังกาคราวแรกเปนพระสุธรรมไมตรี อุปทูตเปนขุนวาทีพิจิตร ตรีทูตเปนหมื่นพิพิธเสนหา

ราชทินนามที่กล่าวมานี้ เห็นได้ว่าล้วนเปนนามแต่งขึ้นสำหรับผู้เปนทูตทั้งนั้น จึงเข้าใจว่าประเพณีเก่า เมื่อเลือกสรรผู้ที่จะเปนทูตานุทูตแล้ว จึงทรงตั้งราชทินนามสำหรับไปรับราชการในคราวนั้น เมื่อไปราชการทูตมีบำเหน็จความชอบกลับมา ก็ได้เลื่อนยศบันดาศักดิ์สูงขึ้นไป ดังเช่น โกษาปาน เปนออกพระวิสูตรสุนทรราชทูตไปเมืองฝรั่งเศส กลับมาก็ได้เลื่อนเปนพระยาโกษาธิบดี จตุสดมภ์กรมพระคลัง เมื่อก่อนสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสวรรคตเพียงสักสองสามเดือนเท่านั้น

...

ส่วนเรื่องยศราชทูตที่ไปเจริญพระราชไมตรียังต่างประเทศ ประเพณีฝรั่ง กับ ประเพณีไทย ในข้อนี้ก็ผิดกัน คือที่ฝรั่งถือว่าทูตเปนผู้ไปแทนพระองค์ ไทยถือว่าทูตเปนแต่ผู้เชิญพระราชสาส์นไป ตำแหน่งและหน้าที่ ทูตของฝรั่งกับของไทยจึงต่างกัน ตำแหน่งทูตของฝรั่งมียศเปน 3 ชั้น ชั้นสูงสุดเปนเอกอรรคราชทูต ชั้นที่ 2 เปนอรรคราชทูต ชั้นที่ 3 เปนราชทูต การที่ฝรั่งจะแต่งทูตไปต่างประเทศ ถือเอาการที่ไปหรือประเทศที่ไปเปนสำคัญ ถ้าสำคัญอย่างยิ่ง ทูตที่ไปก็เลือกสรรบุคคลชั้นสูงให้เปนตำแหน่งเอกอรรคราชทูต ถ้าสำคัญไม่ถึงอย่างยิ่ง ทูตที่ไปก็เปนแต่เพียงชั้นอรรคราชทูตหรือราชทูต ตามสมควรแก่การแลประเทศที่ไปนั้น จะยกตัวอย่างเช่น ราชทูตฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาเมื่อในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เชวะเลียเดอโชมอง ที่เข้ามาคราวแรกมียศเปนเอกอรรคราชทูต แต่มองสิเออร์ลาลุแบร์ ที่เข้ามาคราวที่ 2 มียศเปนแต่เพียงอรรคราชทูต เพราะการที่ทูตเข้ามาครั้งที่ 2 ไม่สำคัญเหมือนทูตที่เข้ามาคราวแรก แต่ถึงยศจะเปนชั้นใดทูตฝรั่งคงเปนตัวทูตแต่คนเดียว ผู้ที่มาด้วยเปนแต่บริวารของทูต เช่น เปนเลขานุการ เปนต้น”

(ขอบคุณข้อมูลจาก wikisource)