เพิ่มนักวิจัย 25 คนต่อ1หมื่นคน จับมือ 80 อาชีวะ-มัธยม
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า วท.จัดตั้งโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) สำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการบิ๊กร็อก (Big Rock) เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ ในส่วนของวิทย์สร้างคน โครงการโรงประลองฯจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะภายในปี 2565 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนนักวิจัยให้เป็น 25 คนต่อประชากร 10,000 คน จากปัจจุบันที่มีเพียง 13 คน เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการการพัฒนาของประเทศบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกำลังคนด้านวิศวกรที่กำลังขาดแคลน ทั้งนี้ จากผลการสำรวจภาพรวมของตลาดแรงงานไทย พบว่าวิศวกรเป็นหนึ่งในอาชีพในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้สมัครไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้ง วิศวกรวิจัย ออกแบบ ปฏิบัติหรือนวัตกรรม เป็นต้น ซึ่งสายงานวิศวกรมีความต้องการจ้างงานสูงเป็นอันดับ 1 คือร้อยละ 17.1 แต่จำนวนผู้สมัครมีเพียงร้อยละ 6.6 เท่านั้น ดังนั้น การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกร จึงจำเป็นต้องบ่มเพาะตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา พร้อมกับนำแนวคิดสะเต็มศึกษามาใช้เสริมสร้างความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ ผ่านโรงประ ลองต้นแบบทางวิศวกรรม ที่จะเป็นสถานที่ฝึกการเรียนรู้ ทดลองและลงมือสร้างชิ้นงานต่างๆ ทั้งหุ่นยนต์ โดรน สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ฯลฯ และนวัตกรรมในรูปแบบใหม่
รมว.วท. กล่าวต่อว่า โรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม จะร่วมกับโรงเรียนที่มีความพร้อม 30 โรงในเครือข่ายโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยและโรงเรียนในโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรง เรียนโดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยของ วท.กับ 50 วิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้ โดยใช้บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. จ.ปทุมธานี เป็นพื้นที่ต้นแบบให้อาจารย์จากสถานศึกษาต่างๆได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำไปพัฒนาต่อยอดในสถานศึกษาของตนเองรวมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาทั่วไปที่สนใจได้เรียนรู้วิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆ เช่น ไฟฟ้า โยธา เครื่องกล เคมี ฯลฯ จากนั้นจะขยายผลในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาอีก 150 แห่งในทุกภูมิภาค.
...