ไม่ต่างจากคุก! สาวป่วยซึมเศร้า-ไบโพลาร์ เล่าประสบการณ์ถูกมอมยาใน รพ.

ข่าว

ไม่ต่างจากคุก! สาวป่วยซึมเศร้า-ไบโพลาร์ เล่าประสบการณ์ถูกมอมยาใน รพ.

ไทยรัฐออนไลน์

19 มี.ค. 2561 17:48 น.

สาวป่วยไบโพลาร์ ซึมเศร้า เล่าประสบการณ์ในโรงพยาบาลจิตเวช เผย สภาพไม่ต่างจากคุก มอมยาให้ผู้ป่วยดูแลง่าย หวิดถูกไฟฟ้าช็อตสมอง โชคดีญาติมาเยี่ยมทัน พบคนออกมาแฉหลายราย...

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวจาก ผู้ป่วยไบโพลาร์และโรคซึมเศร้า ที่ได้โพสต์เล่าประสบการณ์การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉพาะโรคทางจิตเวชแห่งหนึ่ง หลังเร่ิมมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย โดยระบุว่า ในตอนแรกหมอให้เลือกว่าจะนอนที่โรงพยาบาลหรือกลับบ้าน แต่สุดท้ายกลับจบลงที่หมอจับฉีดยาแวเลี่ยมเพื่อลดอาการคุ้มคลั่ง และให้นอนหอผู้ป่วยใน

เมื่อถึงหน้าตึกทางโรงพยาบาลบังคับให้ถอดทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และล็อกกุญแจจากด้านใน ส่วนสภาพข้างในตึกไม่ต่างจากคุก เป็นห้องแคบๆ มีลูกกรง ห้องน้ำล็อกไม่ได้ บานประตูเตี้ย มีเตียงทั้งหมด 30 ตัว แบ่งเป็นห้องละ 10 เตียง ด้านซ้ายมีเด็กคนหนึ่งถูกมัดติดกับเตียง ส่วนคนอื่นๆ นอนหลับสนิทจนผิดสังเกต จึงแจ้งว่าจะออกจากที่นี่ แต่กลับถูกปฏิเสธ ทั้งที่ญาติยังอยู่หน้าห้อง ทำให้ตนเร่ิมโวยวาย ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ต่อมามี รปภ. ตัวใหญ่ 3 คน ได้มาลากให้ตนขึ้นเตียง และนำเชือกมามัด จนรู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่มีใครสนใจ และไม่ยอมคลายมัดให้ โดยพยาบาลตั้งข้อแม้ว่าจะต้องยอมให้ฉีดยาก่อน และทานยาก่อน ถ้าหลังจาก 30 นาทีผ่านไป อาการดีขึ้นจะมาแก้มัดให้ 

สักพักพยาบาลคนเดิมเดินเข้ามา ผู้ป่วยได้แจ้งว่าต้องการกลับบ้าน แต่ผู้ช่วยพยาบาล 2 คน กลับผลักให้นอนตะแคงไปอีกฝั่ง เพื่อให้พยาบาลฉีดยาที่สะโพก ซึ่งเป็นเข็มที่สอง ที่ห่างจากเข็มแรกไม่ถึงชั่วโมง ระหว่างนั้นมีการพยายามให้ทานยาเพิ่ม แต่ผู้ป่วยไม่ยอม และว่าญาติกำลังซื้อข้าวมาให้ ขอกินข้าวถึงจะยอมกินยา ซึ่งเมื่อกินข้าวเสร็จ ก็ถูกให้กินยาต่อทันที ซึ่งหลังจากถูกบังคับให้กินยาเข้าไป ทำให้ตนหลับลึกเหมือนคนตาย

"มาถึงตรงนี้เราเริ่ม get แล้วว่านี่มันไม่ใช่การรักษา แต่มันคือการมอมยาเพื่อให้พวกเขาทำงานกันง่ายขึ้น เพราะขนาดตอนที่เราแหกปากโวยวาย เชื่อมั้ยว่าทุกคนนิ่งสนิท ไม่มีใครได้ยินหรือตื่นเลยสักคน"

วันรุ่งขึ้นโรงพยาบาลได้มาเจาะเลือด พาไปเอกซเรย์ปอด และนำแผ่นมาแปะหน้าอกเต็มไปหมด แต่ด้วยความง่วงจึงไม่ได้สนใจ จนกระทั่งถึงเวลาที่ญาติมาเยี่ยม ตนพยายามรีบออกไปพบญาติ แต่กลับถูกบังคับให้อาบน้ำ แต่ตนไม่ยอมจึงได้เจอญาติ และมารู้ทีหลังว่ามีการขอให้ญาติเซ็นยินยอมล่วงหน้าไว้ก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำ ECT ให้ตนช็อตสมองด้วยไฟฟ้า แต่ญาติบอกว่าต้องให้ตนเป็นคนยินยอมจึงจะสามารถดำเนินการได้ หากวันนั้นญาติมาไม่ทัน ตนจะต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 3 อาทิตย์ สภาพเหมือนกับคนอื่นๆ ที่ตาลอย เชื่องช้า พูดจาเบลอๆ และสงสัยว่าโรงพยาบาลจะสร้างภายนอกให้ร่มรื่นเพื่ออะไร ทั้งที่กักขังคนป่วยไว้ข้างใน เมื่อญาติมาเยี่ยมก็จะไล่ไปอาบน้ำ สร้างภาพให้หน้าตาดูสดชื่น ส่วนของที่ญาตินำมาเยี่ยมก็ไปรับเองไม่ได้ หากอยากได้ผู้ป่วยจะต้องมาเบิก

นอกจากนี้ผู้โพสต์ยังระบุว่า ตนเองเป็นคนขอให้ญาติเป็นคนพามาพบแพทย์เอง ทั้งที่เพิ่งไปรับยามาไม่กี่วัน และเป็นครั้งแรกที่ได้แอดมิทหลังจากรักษาและกินยาที่โรงพยาบาลนี้มา 6-7 ปี แต่การรักษาไม่ต่อเนื่อง เพราะตนต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศและติดปาร์ตี้ ซึ่งตรงนี้ ผู้ป่วยก็ยอมรับว่า มีส่วนผิด ที่ไม่มีวินัยในการรักษาเท่าที่ควร ทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ บวกกับเจอมรสุมชีวิต จึงทำให้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ จนเป็นเหตุให้ต้องมาเจอเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนข้อดีของโรงพยาบาลนี้คือคลินิกผู้ป่วยนอกบริการดีมาก จริงใจ ใส่ใจผู้ป่วย

อย่างไรก็ตามได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก บางส่วนระบุว่า เจอเหตุการณ์คล้ายกับเจ้าของโพสต์ หากผู้ป่วยไม่ยอมกินยาจะถูกกระทืบ พอออกจากโรงพยาบาลก็ผูกคอตาย หรือบางรายมีอาการแย่ลง เป็นต้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรคซึมเศร้าไบโพลาร์โรงพยาบาลจิตเวชอาการทางจิตข่าวโซเชียลข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 09:28 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์