สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รักทุกท่านคะ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาคุณครูลิลลี่ได้มีโอกาสไปชมละครเวทีมาหนึ่งเรื่องค่ะ นั่นคือ พระร่วงเดอะมิวสิคัล ละครเวทีที่มีที่มาจากบทพระราชนิพนธ์ละครพูดคำกลอนของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องราวของวีรบุรุษชาวละโว้ในตำนานโบราณของไทยที่รวบรวมพลังและกำลังใจปลดแอกตัวเองจากอาณาจักรขอม แล้วตั้งตนขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งสุโขทัย จริงๆ แล้วเท่าที่คุณครูลิลลี่ทราบมาเรื่องราวของพระร่วงได้มีการถ่ายทอดมาแล้วหลายรูปแบบ ทั้งละครพูด ละครร้อง ละครรำ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากจะทรงพระราชนิพนธ์เรื่องพระร่วงแล้ว ยังทรงอำนวยการแสดงและทรงแสดงเป็น “นายมั่น ปืนยาว” นายพรานป่าผู้จงรักภักดีต่อพระร่วงด้วย ลองดูรูปภาพประกอบนะคะ (ในมิวสิคัลนี้ รับบทโดย คุณอาร์ม กรกันต์ สุทธิโกเศศ ผู้ประกาศข่าวคนเก่ง หน้ากากนักร้อง หน้ากากระฆังทองน้องคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ของคุณครูเอง เป็นคนเก่งร้องเพลงดีมาก) ซึ่งการที่พระองค์ทรงแสดงเป็นนายมั่นนั้น ในสูจิบัตรของละครเวทีได้แสดงความเห็นไว้ว่า การที่พระมหากษัตริย์ผู้สูงส่งแต่กลับทรงแสดงเป็นพรานป่าสามัญชน ที่ต้องนอบน้อมถ่อมตนต่อเจ้านายในละครได้อย่างไม่ถือพระองค์ เพื่อให้สมตามบทบาทและหน้าที่นักแสดง นับเป็นแนวทางในการสอนให้ประชาชนรู้ถึงวิธีคิดและความเข้าใจในเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ได้เป็นอย่างดี

การไปชมละครเวทีเรื่องนี้ทำให้คุณครูลิลลี่ได้ย้อนกลับไปนึกถึงเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับภาษาไทยได้มากมาย เรื่องหนึ่งที่อยากนำมาฝากคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เป็นเรื่องของสำนวนไทยโบราณที่มาจากละครเรื่องนี้ นั่นคือ คำว่า ขอมดำดิน ซึ่งมีที่มาจากตอนหนึ่งในละครตอนที่พญาเดโชได้รับคำสั่งจากท้าวพันธุมสุริยวงศ์ให้ไปตามจับตัวพระร่วงมาให้จงได้ โดยการนั้นพญาเดโชได้ใช้อิทธิฤทธิ์ที่ตนมี ในการดำดินลอดกำแพงวัดเข้าไปจับตัวพระร่วง นี่เองจึงเป็นที่มาของสำนวนที่ว่า ขอมดำดิน ซึ่งสำนวนนี้คนรุ่นใหม่อาจจะไม่คุ้นเคยนัก แต่ถ้าเป็นรุ่นคุณพ่อคุณแม่ หรือรุ่นปู่ย่าตายายน่าจะใช้กันมากกว่า สำนวนที่ว่าขอมดำดิน จึงนำมาใช้ในการหมายถึง คนที่ปรากฏตัวขึ้นทันทีทันใด หรือปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดฝัน รวมทั้งการหายไปอย่างรวดเร็วไม่ทันได้สังเกต เช่น นายคนนั้นไปไหนมาไหนอย่างกับขอมดำดิน แพล็บหายแพล็บหาย นั่นเอง

...

นอกจากนั้นยังมีคำศัพท์เด่นอีกหนึ่งคำที่ในช่วงองก์แรกของละครเรื่องนี้ (ขอแทรกนิดหนึ่งนะคะ คำว่า องก์ ที่ใช้ ก ไก่ หมายถึง ตอนหนึ่งๆ ในบทละคร แต่ละตอนอาจมีเพียงฉากเดียวหรือหลายฉากก็ได้) กลับมาที่คำศัพท์เด่นที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักขององค์ที่หนึ่งเลยก็คือคำว่า กระออม ภาชนะสำคัญที่ทำให้ฝ่ายพระร่วงใช้ปัญญาเอาชนะฝ่ายขอมได้สำเร็จ คำว่า กระออม หลายคนบอกว่าไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินแต่ ชะลอม หรือ กระบุง แต่กระออม ไม่เคยได้ยินจริงๆ คำว่ากระออมถ้าเปิดในพจนานุกรม จัดเป็นคำนามแปลว่าภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ ยาชัน รูปคล้ายกระบุงขนาดย่อม ปากสอบใช้ใส่น้ำ ในภาษาโบราณอาจจะใช้ว่า กะออม กัลออม หรือ กะละออม ก็มีค่ะ

คำว่า ดูละครแล้วย้อนดูตัว ยังคงเป็นจริงเสมอค่ะ ถ้าเราดูแบบเพลินๆ ไม่คิดอะไรเราก็จะได้เพียงความสบายใจจากการชมมหรสพเท่านั้น แต่กลับกัน ถ้าเราดูแล้วคิดตาม ย่อมมีความงดงามและแง่คิดดีๆ ซ่อนอยู่ละครเวทีน้ำดีเรื่องนี้มากมาย เหมือนอย่างที่ทีมงานผู้ทำงานละครเรื่องนี้ได้บอกไว้ว่า “พระร่วง” เป็นดั่งผู้ปกครองที่ทรงธรรม “นายมั่น” คือคุณลักษณะของคนไทยที่มีทั้งไหวพริบและความจงรักภักดีมีคุณธรรม “ขอม” เปรียบดั่งภัยคุกคามจากภายนอก “พญาเดโช” คือกองทัพศัตรูที่มีเกียรติศักดิ์นักรบ และแม้กระทั่งภาชนะอย่าง “กระออม” ที่คุณครูลิลลี่ได้หยิบยกมาเขียนข้างต้นก็เป็นดั่งปัญญาอันเปรียบเหมือนอาวุธที่แท้ของคนไทย น่าเสียดายที่ละครเวทีเรื่องนี้ได้จบการแสดงไปแล้ว ก็ไม่แน่นะคะอาจจะมีการกลับมาแสดงอีกครั้งถ้ามีเสียงเรียกร้อง แล้วเมื่อถึงวันนั้นก็อย่าพลาดที่จะไปชมกันนะคะ คุณอาจจะได้รับอะไรดีดีแล้วเราเอามาแลกเปลี่ยนกันค่ะ สวัสดี

instagram : kru_lilly , facebook : ครูลิลลี่