แฉช่วง 2-3 ปี พบหญิงไทยมุ่งไปอังกฤษและ ‘อเมริกา’ ผ่านทางทัวร์
สาวไทยยังคงตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ หลอกค้ากามทั้งในประเทศและต่างแดน ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลฯ เผยปีที่ผ่านมา มีสาวไทยขอความช่วยเหลือ 127 ราย มีเพียง 2 ราย ตกเป็นเหยื่อค้ากามในประเทศ นอกนั้นถูกหลอกไปตกนรกต่างแดน โดยมี “บาห์เรน” นำโด่ง ตามด้วย “มาเลเซีย-โอมาน-อาหรับเอมิเรตส์-เกาหลีใต้” ขณะที่รอง ผบก.ปคม.แฉ พบพิรุธบริษัทนำเที่ยวบางแห่งนำสาวไทยไปทัวร์ยุโรปแต่กลับมาไม่ครบ ส่อพาค้ากาม แต่ยังขาดผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ ส่วนในประเทศก็ใช่ย่อย แบ่ง 3 โซน เสี่ยงค้ากามเด็ก โดยพื้นที่สีแดง มีความเสี่ยงสูง 15 จังหวัด
หญิงไทยยังคงตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์และการค้าประเวณีทั้งในประเทศและต่างแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 4 มี.ค. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยสถิติการรับแจ้งขอความช่วยเหลือจากสาวไทยที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.2560 มีจำนวน 127 ราย แยกเป็นค้าประเวณีในประเทศ 2 ราย เหยื่อมีอายุ 15 ปี ทั้ง 2 ราย ถูกหลอกบังคับค้าประเวณีในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนถูกหลอกบังคับค้าประเวณีในต่างประเทศ 125 ราย ประเทศที่คนไทยถูกหลอกไปค้ามนุษย์และค้าประเวณีมากสุด คือ 1.บาห์เรน 50 ราย 2.มาเลเซีย 26 ราย 3.โอมาน 12 ราย 4.สาธารณรัฐสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 9 ราย 5.สาธารณรัฐเกาหลี 7 ราย และ อื่นๆ ได้แก่ แอฟริกาใต้ อินเดีย สิงคโปร์ ไต้หวัน รวม 20 ราย ส่วนภูมิลำเนาของหญิงไทยที่ถูกหลอกไปค้าประเวณียังต่างประเทศมี 1.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.ภาคกลาง 3.กรุงเทพฯ
นางปวีณายังกล่าวอีกว่า สถิติการช่วยเหลือหญิงไทยถูกหลอกไปค้าประเวณี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นปีละ 2-3 เปอร์เซ็นต์ โดยในปี 2556 มีจำนวน 111 ราย ปี 2557 จำนวน 153 ราย ปี 2558 จำนวน 200 ราย ปี 2559 จำนวน 167 ราย และในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมกระบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว มีเป้าหมายมายังประเทศไทยเป็นแหล่งพักพิง เพื่อหลอกคนไทยค้าประเวณีในต่างประเทศ เพราะประเทศไทยเปิดเสรีของนักท่องเที่ยวเข้าและออกง่าย ไม่มีความเข้มงวด มีการตรวจพบว่าชาวต่างชาติบางคนเคยเข้าออกประเทศไทยมากถึง 30 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับไม่มีการตรวจสอบประวัติ เพราะเกรงจะกระทบต่อการท่องเที่ยว จึงอยากเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดนักท่องเที่ยว และต้องเปิดเวทีทำสัญญาเกี่ยวกับการค้าประเวณีระดับโลก อย่าคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือการเสียหน้ามากกว่าหญิงสาวที่ถูกบังคับค้าประเวณี
...
ขณะที่ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เปิดเผยว่า ประเทศที่หญิงไทยไปค้าประเวณีมากที่สุด คือ 1.บาห์เรน 2.โอมาน 3.มาเลเซีย 4.เกาหลีใต้ และ 5.ญี่ปุ่น ในจำนวนนี้ร้อยละ 90 ยินยอมขายบริการทางเพศ มีเอเย่นต์ หรือนายหน้าหญิงไทย เคยทำงานขายตัวก่อนไต่เต้าขึ้นเป็นผู้จัดหาสาวไทย และชักชวนผ่านโปรแกรมเฟซบุ๊ก หรือแอพพลิเคชั่นไลน์ หลอกสาวไทยไปทำงานนวดแผนไทย อ้างมีรายได้ดี รับส่วนแบ่งทุกเดือน ส่วนค่าใช้จ่ายเดินทาง รวมถึงเอกสารยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว เอเย่นต์ดำเนินการให้ก่อน เมื่อถึงประเทศปลายทาง หญิงไทยต้องรับภาระเป็นหนี้ค่าเดินทางที่สูง ประกอบกับเงื่อนไขของงานไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันก่อนออกเดินทาง ถูกหักค่าตัวสูง บังคับให้ขายบริการข้ามวันข้ามคืน มีหญิงไทยหลายคนทำงานไม่ไหวหนีออกมาขอความช่วยเหลือกับสถานทูตไทย แต่มีบางคนหนีออกมาไม่ได้ ถูกยึดหนังสือเดินทาง และถูกข่มขู่ให้คืนหนี้ ต้องขายตัวหาเงินต่อไป
พ.ต.อ.มานะกล่าวอีกว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่าหญิงไทยมุ่งไปขายบริการในแถบอเมริกาและยุโรป เช่น สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ เพราะรายได้ดี รวมถึงแสวงหาชายชาวต่างชาติแต่งงานด้วย เพื่อให้ฐานะครอบครัวดีขึ้น ผ่านบริษัทนำเที่ยวคอยอำนวย ความสะดวกแฝงไปกับท่องเที่ยว และ ปคม.ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศว่ามี บริษัททัวร์แห่งหนึ่ง นำนักท่องเที่ยวคนไทยไปประเทศยุโรป มีคนหายตัวไม่ได้กลับเข้าประเทศครั้งละ 2-3 คน เบื้องต้นพบพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นผู้นำพาหญิงไทยไปขายบริการทางเพศ แต่ยังขาดผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์
รอง ผบก.ปคม.กล่าวอีกว่า ส่วนการค้าประเวณีในประเทศไทยเพิ่มขึ้น มีการกำหนดพื้นที่เสี่ยงต่อ การค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในรูปแบบการค้าประเวณีเด็กหญิง 3 ระดับ คือ พื้นที่สีแดง มีความเสี่ยงระดับสูง 15 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ นครปฐม นครราชสีมา ปทุมธานี ภูเก็ต ระนอง สกลนคร สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร หนองคาย และอุดรธานี พื้นที่สีเหลือง มีความเสี่ยงระดับปานกลาง 35 จังหวัด และสีเขียว มีความเสี่ยงน้อยมาก 26 จังหวัด ส่วนหญิงขายบริการเป็นหญิงไทย ร้อยละ 80 หญิงสาว สปป.ลาว ร้อยละ 10 หญิงสาวยูกันดา ร้อยละ 3 หญิงสาวจีน ร้อยละ 2 และหญิงสาวประเทศอื่นๆ ร้อยละ 5 ส่วนการจับกุมคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้าประเวณี ในปี 2557 จำนวน 222 คดี ปี 2558 จำนวน 247 คดี ปี 2559 จำนวน 246 คดี ปี 2560 จำนวน 283 คดี และตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค.2561 จำนวน 29 คดี และคดีเกี่ยวกับค้ามนุษย์ มีรางวัลนำจับให้กับผู้จับกุม หรือผู้ชี้เบาะแสรายละ 1 แสนบาท จากกองทุนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จำนวน 25 ราย ในจำนวนนี้มีคดีเกี่ยวกับค้าประเวณีต่างประเทศ 9 ราย