“จอม เพชรประดับ” โพสต์ “ตูน บอดี้สแลม” ขี้ขลาด ไม่สื่อสารกับรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหา ด้าน “อ.จักษ์” จวกคนว่า หนีหัวซุกหัวซุนออกจากไทย ท้ากลับประเทศ

รองศาสตราจารย์ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษาต่อเนื่อง และรักษาการผู้อำนวยการสถานการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นอาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก จักษ์ พันธ์ชูเพชร หลังได้เห็นมีบางคนโพสต์ว่า ตูน บอดี้สแลม ขี้ขลาด ว่า

“มีข่าว บางคนชี้ ตูนขี้ขลาด


แล้วไอ้คน ที่ประกาศ อยู่ชาติไหน


เห็นหัวซุน หัวซุกพราก จากเมืองไทย


มุดหัวหาย เก็บหางไว้ อยู่ไหนกัน

โครงการตูน เพื่ออะไร ใครก็รู้


ไม่ได้วิ่ง เพื่อต่อสู้ คอรัปชั่น


ไม่ได้เพื่อ แก้ปัญหา สารพัน


แต่เพื่อปัน เพื่อให้ ไทยช่วยไทย

เลยสงสัย ไอ้-อี ที่มาว่า


สมองหนา ปัญญาด้อย น้อยไปไหม?


เที่ยวติงติ ตำหนิแขวะ แซะทำไม?


มันมืดบอด ไม่เข้าใจ หรือไงนะ?

...

ทำปากกล้า ด่าชี้ ว่าขี้ขลาด


น่าอนาจ เพราะคนด่า กล้าไหมล่ะ?


หนีหัวซุก หัวซุนน่ะ กลับมาซะ


กล้าไหมคะ มานะครับ กลับประเทศ

วิเคราะห์ใคร ก็ควรรู้ ดูเป้าหมาย


มิฉะนั้น ก็จะกลาย เป็นควายเปรต


อย่ามั่วข่าว เล่ากุ มันทุเรศ


ส่อให้เห็น ความสังเวช เจตน์จำนง

จักษ์ พันธ์ชูเพชร


๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๐”

ทั้งนี้ ชาวเน็ตคาดว่าอาจจะเกี่ยวเนื่องกับเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา พบว่า นายจอม เพชรประดับ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ว่า “เห็นภาพและเสียง การเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของ ตูน บอดี้สแลม..ทำให้ผมเห็นภาพคุณตูน เด่นชัดขึ้น ผมชื่นชมเขา ที่เสียสละ อดทน แต่ผมว่า เขาเป็นคนขี้ขลาด ขาดความกล้าหาญ คุณเรียกร้อง หรือจะเรียกว่าสื่อสารอะไรก็แล้วแต่กับคนไทยทั้งประเทศให้เห็นถึงความยากลำบาก ความเหน็ดเหนื่อยของแพทย์พยาบาลที่ทำงานหนักหามรุ่ง หามค่ำในทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ คุณเรียกเขาว่า นี่คือฮีโร่ตัวจริง คุณเรียกร้องให้คนไทยหันมาเสียสละเพื่อบ้านเมือง ร่วมใจกันแก้ปัญหาของตัวเอง และหันมาสนใจกับสุขภาพกันมากขึ้น..ซึ่งการวิ่งของคุณ ได้สื่อสารเรื่องนี้อย่างได้ผล แต่คุณตูนต้องไม่ลืมว่า กุญแจสำคัญของการแก้ปัญหาเรื่องระบบสุขภาพทั้งระบบอยู่ที่นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการของรัฐบาล แต่คุณตูน กลับไม่ได้สื่อสารอะไรเลยกับรัฐบาลเพื่อให้แก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ 

ผมไม่ได้หวังหรอกว่าคุณตูน จะบอกกับหัวหน้ารัฐบาลซึ่งเป็นทหารว่า ลดงบประมาณด้านการทหารมาช่วยทำนุบำรุงด้านสุขภาพของประชาชนมากขึ้น แต่อย่างน้อยคุณควรจะสะท้อนปัญหาระบบสาธารณสุขของไทยทั้งประเทศเหมือนที่คุณได้เห็นมา กับหัวหน้ารัฐบาล

แน่และ นายกฯ คนนี้อาจจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่ด้วยอิทธิพลในความเป็นบุคคลสาธารณะของคุณเวลานี้ ย่อมจะส่งผลสะเทือนได้มาก 

สำหรับผมชัดเจนครับว่า โครงการก้าวคนละก้าว สุดท้ายก็จะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในเรื่องปัญหาระบบสุขภาพของประเทศ ชัดเจนครับว่า...โครงการก้าวแต่ละก้าว..ของคุณตูน ได้ประโยชน์อย่างเต็มร้อยสำหรับคุณตูน และเครือข่ายธุรกิจที่หนุนเสริม เศร้าครับ”