ผ่านพ้นไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมาแล้ว สำหรับการประกวดนางงามจักรวาล หรือมิสยูนิเวิร์ส ประจำปี 2017 ปีที่เรียกว่าเป็นการประกวดครั้งที่พี่น้องชาวไทยตื่นตัวกันมากเป็นพิเศษ เพราะปีนี้เราได้ตัวแทนสาวไทยที่มีความพร้อมมากที่สุดในทุกๆ เรื่อง ทั้งรูปร่าง หน้าตา และภาษา อย่าง “มารีญา พูลเลิศลาภ” ที่เรียกว่าคว้ามงกุฎสุดยอดสาวงามในประเทศไปครอบครองแบบม้วนเดียวจบ (พูดถึงสำนวน ม้วนเดียวจบ จำได้ว่าเมื่อครั้งได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ใหม่ๆ เคยมีนักข่าวสัมภาษณ์มารีญาว่ารู้สึกอย่างไรที่การประกวดครั้งนี้คว้ามงกุฎไปครองแบบม้วนเดียวจบ ด้วยความที่ไม่สันทัดในภาษาไทย มารีญาเลยตอบไปแบบติดตลกว่า ก็ดีสิคะ ไม่ต้องเปลืองสองม้วน เล่นเอานักข่าวขำไปตามๆ กัน สำหรับสำนวนม้วนเดียวจบ หลายตำราสันนิษฐานว่ามาจากการชมภาพยนตร์ทางวิดีโอเทปแบบดูจบในหนึ่งม้วน ก็เลยเรียกว่า ม้วนเดียวจบ ได้อรรถรสแบบไม่ต้องรอ ไม่ต้องดูต่อม้วนต่อไปนั่นเอง) ต่อกันที่เรื่องมารีญา พูลเลิศลาภนะคะ เมื่อไปประกวดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเธอก็ทำหน้าที่ตัวแทนสายสะพายประเทศไทยได้อย่างดีที่สุด เสียดายว่าแค่ไปหยุดอยู่ตรงรอบห้าคนสุดท้ายเท่านั้น ไม่สามารถฝ่าฟันจนไปถึงรอบสามคนสุดท้ายได้ มิเช่นนั้น ประเทศไทยของเราก็ได้ชื่อว่ามีรองนางงามจักรวาลคนใหม่เป็นอย่างน้อยทันที แถมดีไม่ดีอาจจะหวังสูงสุดได้ถึงมงกุฎนางงามจักรวาล มงกุฎที่สามกันเลยทีเดียว งานนี้แม้หลายคนบอกว่าเข้าสู่รอบห้าคนสุดท้ายก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว เพราะถือว่าเป็นสถิติที่ดีที่สุดในรอบ 29 ปีที่ผ่านมา หลังจากพี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก คว้ามงกุฎนางงามจักรวาลไปเมื่อปี 1988 หรือปีพุทธศักราช 2531 ก็ยังไม่เคยมีสาวงามจากประเทศไทยคนใดเข้าใกล้ตำแหน่งสูงสุดได้มากเท่านี้มาก่อน ครูลิลลี่เองในฐานะที่อุตส่าห์ตั้งใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปเชียร์ถึงขอบเวที ตั้งแต่รอบลองไฟ ไปจนถึงรอบประกวดจริง ก็ต้องขอบอกตามตรงว่า ตั้งความหวังไว้สูงเพราะมารีญาเป็นสาวงามจากประเทศไทยที่พร้อมมากจริงๆ แถมยังมีการคาดคะเนจากโพลหลายๆ สำนัก หรือที่เรียกว่า เป็นแบบสำรวจความคิดเห็นจากบรรดากูรูนางงาม เซียนนางงาม หรือบรรดาผู้สันทัดกรณีจากเวทีความงามต่างๆ จากหลากหลายประเทศทั่วโลก ต่างก็ยกให้มารีญาเป็นตัวเก็งเป็นตัวเต็ง ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งถึง 40 กว่าโพลเลยทีเดียว โดยมีสาวงามจากแอฟริกาใต้ เป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง ซึ่งในที่สุดเธอคนนี้ก็มาแรงแซงโค้งในช่วงสุดท้ายเข้าป้ายเป็นนางงามจักรวาลคนใหม่ไปเรียบร้อย
...
พูดถึงนางงามมาพอสมควร จนเกือบจะลืมสอดแทรกความรู้ภาษาไทยไปเสียแล้ว ความรู้ภาษาไทยวันนี้เป็นเรื่องของมารีญา ที่ก่อนการประกวดจะถูกยกให้เป็น ตัวเก็ง ตัวเต็ง หรือมีบางคนเขียนว่าเป็น ตัวเกร็ง ก็มี งงไหมล่ะคะว่า คำไหนกันแน่คือคำที่ถูกต้อง เก็ง เต็ง หรือ เกร็ง มาดูกันค่ะ
คำว่า ตัวเก็ง ถ้าเป็นในพจนานุกรม ตัวเก็ง เป็นคำนาม หมายถึง ผู้ ตัว หรือ สิ่งที่คาดหมายไว้อย่างมั่นใจ ส่วนคำว่า ตัวเกร็ง อันนี้ไม่มีในพจนานุกรมนะคะ มีแต่คำว่า เกร็ง เป็นคำกริยา แปลว่า ทำกล้ามเนื้อให้แข็ง เช่น เกร็งแขน เกร็งขา หรือเป็นคำวิเศษณ์ แปลว่า อาการที่กล้ามเนื้อแข็งอย่างงอไม่ได้ เช่น มือเกร็ง เท้าเกร็ง ค่ะ จำไว้นะคะ ตัวเก็ง ใช้ได้ แต่ ตัวเกร็ง ไม่มี คุณครูลิลลี่เห็นหลายคนชอบพูดว่า ตัวเกร็ง แบบกระดกลิ้น มี ร เรือ ควบกล้ำ หรือสะกดแบบมี ร เรือ คำนี้ใช้ในความหมายนี้คือผิดนะคะ
ส่วนคำว่า ตัวเต็ง ถ้าเปิดดูในพจนานุกรม จะพบว่าเป็น คำนาม แปลว่า ตัวที่มีน้ำหนักในการคาดหมายว่าจะชนะมากกว่าตัวอื่นๆ ค้นเพิ่มเติมมาได้ความว่า
คำว่า เต็ง มาจากคำเต็มว่า ตาเต็ง เป็นชื่อเรียกตาชั่งขนาดเล็กชนิดหนึ่งของจีนนะคะ มีถาดห้อยอยู่ทางหัวคันที่เป็นไม้หรืองาช้าง มีตุ้มถ่วงห้อยเลื่อนไปมาตามคัน ของที่ชั่งได้น้ำหนักครบเรียกว่า เต็ง ได้เต็ง หรือเต็มเต็ง (ถ้าเคยได้ยินคำว่า ไม่เต็มเต็ง จึงหมายถึงคนไม่ครบประกอบ หรือมีสติไม่สมบูรณ์นั่นเอง) ต่อค่ะ ต่อ หลังจากนั้นต่อมา ได้มีการนำคำว่า เต็ง มาใช้แก่การแข่งม้า เรียกม้าที่มีน้ำหนักในการคาดหมายว่าจะมีโอกาสชนะมากกว่าตัวอื่นว่า ม้าเต็ง หรือม้าตัวเต็ง ขยายความอีกนิดนะคะ ในระหว่างม้าเต็งด้วยกัน ม้าตัวใดคาดว่าจะชนะเลิศได้ลำดับที่ ๑ เรียกว่า ม้าเต็งหนึ่ง ส่วนม้าตัวที่คาดว่าจะได้ที่ ๒ เรียกว่า ม้าเต็งสองค่ะ และก็มีข้อน่าสังเกตว่าจะมีการใช้คำว่า เต็งหนึ่ง กับ เต็งสอง เท่านั้นนะคะ มากกว่าสองก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน นานๆ ครั้งจึงอาจจะมีเต็ง ๓ ให้ได้เห็นบ้าง จากการแข่งม้า ต่อมาได้นำคำว่า ตัวเต็ง มาใช้ในการแข่งขันอื่นๆ รวมทั้งเวทีนางงามด้วย เช่น มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เป็นตัวเต็งที่จะได้ครองมงกุฎมิสยูนิเวิร์สคนใหม่ประจำปีนี้ เอาล่ะค่ะแม้ว่าวันนี้ตัวเต็งจะไปไม่ถึงฝัน ไม่สามารถทำให้เราได้ภูมิใจที่จะมีนางงามจักรวาลคนที่สาม แต่เชื่อว่าสิ่งที่มารีญาได้ทำ ก็คือ สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้แล้ว อย่างน้อยช่วงเวลาที่คนไทยพร้อมใจกันเชียร์ พร้อมใจกันโหวต ก็คือช่วงเวลาสำคัญที่หล่อหลอมรวมดวงใจของคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้แล้วจริงๆ สวัสดีค่ะ