“STEM” การเรียนการสอนทาง ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เป็นวิชาสำคัญ เพื่อเป็นรากฐานยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
หทัยรัตน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด บอกว่า เราจำเป็นต้องส่งเสริมทั้งสายสามัญและสายอาชีพ สร้างการตระหนักรู้ การรับรู้ สายสามัญเราจะตั้งศูนย์ STEM ทั่วประเทศ 16 แห่ง เพื่อสนับสนุนเรื่องของการอบรมครูให้มีเทคนิคการสอนแบบใหม่ เพื่อที่จะไปสอนเรื่องของวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ในโรงเรียนทั้งหมด 600 โรงเรียน
ขณะที่สายอาชีพหรืออาชีวศึกษา เราจะตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ 6 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับ...พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน โดยศูนย์หลักๆ จะเป็นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ หรืออย่างที่เปิดตัวไปแล้วที่ ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ศูนย์ฯแห่งนี้ ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการ 3 ส่วน 1.ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะขั้นพื้นฐาน เพื่อเติมองค์ความรู้ด้านสะเต็มสำหรับอาชีวศึกษา 2.ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะด้านแมนูแฟคเจอริ่ง เน้นการประยุกต์ใช้กระบวนการผลิตสมัยใหม่ อาทิ ตัดชิ้นงานด้วยเลเซอร์ การใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ การใช้เครื่องตัดกัดกลึงชิ้นงาน และ 3.ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะด้านโรโบติก เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งจะนำองค์ความรู้มาใช้ร่วมกับระบบ ออโตเมชั่น เพื่อผลิตชิ้นงานจริง
ประเด็นสำคัญ...ศูนย์จะทำงานร่วมกับวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวะในพื้นที่นั้น 1 ศูนย์จะทำงานร่วมกับ 10 วิทยาลัย ฉะนั้น...6 ศูนย์ เราก็จะมี 60 วิทยาลัยทั่วประเทศที่อยู่ในโครงการ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพสิ่งที่จะเกิดขึ้น ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสุรนารี จะทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวะกับอุตสาหกรรมในพื้นที่นั้น อย่างสุรนารีเขาก็จะมีอุตสาหกรรมในจังหวัดนครราชสีมา หลักๆจะมีเรื่องของไมโครอิเล็กทรอนิกส์...จะมีบริษัทใหญ่ๆอยู่ในนั้น ซึ่งมีความต้องการแรงงานอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยก็ทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมรู้ข้อมูลความต้องการแรงงานที่มีทักษะฝีมือยังไง
...
“ก็จะไปทำงานร่วมกับวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวะ เพื่อผลิตเด็กออกมาให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม...มีการส่งเด็กมาอบรม มาทำงานจริงในโรงงานจริงๆด้วย แล้วก็ส่งอาจารย์ให้มามีประสบการณ์ในโรงงานจริงด้วย พอเด็กจบออกมาก็จะไม่ต้องมาอบรมเพิ่มให้ตรงกับความต้องการ”
ศูนย์อีก 3 แห่งที่จังหวัดเชียงใหม่ สงขลา ชลบุรี ต่างพื้นที่อุตสาหกรรมก็จะแตกต่างกันไปอย่างสงขลาก็จะเป็นอุตสาหกรรมพลังงาน เพราะเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมด้านการขุดเจาะปิโตรเลียม ก็ผลิตเด็กสายพลังงาน ส่วนที่เชียงใหม่เราร่วมกับราชมงคลล้านนา จะเป็นมัลติเซ็กเตอร์ มีหลายอุตสาหกรรม มีทั้งอิเล็กทรอนิกส์ เกษตรแปรรูป ส่วนที่ชลบุรีก็จะเป็นด้านยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์
ความมุ่งหวังสำคัญที่ตั้งเป้าเอาไว้...เราอยากผลิตบุคลากรของประเทศทั้งทางด้านสายสามัญและสายอาชีวะ เพื่อตอบโจทย์ประเทศไทย เป็นบุคลากรที่มีทักษะทางด้านของเทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อที่จะตอบโจทย์สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของประเทศที่รัฐบาลส่งเสริม
“พลังความร่วมมือของรัฐและเอกชน บวกกับความร่วมมือกับภาคการศึกษา ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกันตอบโจทย์ได้อย่างครบวงจร”
รศ.ร.อ.ดร.กนต์ธร ชำนิประศาสน์ คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เล่าให้ฟังว่า ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้ร่วมมือทำโครงการร่วมกับโรงเรียนและวิทยาลัยเทคนิคหลายๆ อย่างมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว สิ่งที่เราเน้นคือการพัฒนาคณาจารย์ในโรงเรียน...วิทยาลัยเทคนิคให้มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และด้านนวัตกรรม เราได้ทำมาสักระยะหนึ่งแล้ว
“ตอนนั้นเรายังไม่ทราบว่ามันมีโครงการแบบนี้ แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว เชฟรอนได้มอบทุนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและให้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม”
โครงการ “Chevron Enjoy Science” มองหาสถาบันที่มีความพร้อม โดยการให้ทางสถาบันคีนันแห่งเอเชีย เป็นผู้ประสานโครงการ จนกระทั่งมาพบว่าที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) มีประสบการณ์ มีศักยภาพ มีเครือข่าย ซึ่งตรงกับความต้องการ และกำลังทำโครงการที่คล้ายๆกัน
จึงได้ประสานงาน ติดต่อทาง มทส. ให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนานักเรียน นักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวะ รวมทั้งนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นการเชื่อมโยงวิทยาลัยอาชีวศึกษาเข้ากับภาคอุตสาหกรรมด้วย เนื่องจากโครงการนี้ตรงกับแนวทางที่ มทส.ทำอยู่แล้ว จึงเกิดความร่วมมือกันเต็มที่กับโครงการ Chevron Enjoy Science ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสุรนารีแห่งนี้ขึ้นมา
ดร.กนต์ธร ย้ำว่า โครงการ Chevron Enjoy Science ได้แบ่งเป็นอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมายไว้ตามนโยบายรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 ที่มีทั้งด้านยานยนต์และหุ่นยนต์ ส่วนทาง มทส. และจังหวัดนครราชสีมา มีผู้ผลิต...มีโครงงานที่เป็นผู้ผลิตด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงอยู่หลายโรงงาน
ศูนย์ฯต้องศึกษาความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะฝีมือให้ตอบโจทย์ บริษัทที่ทำด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย), บริษัท แคนนอน ไฮเทค (ประเทศไทย), บริษัท เบนซ์มาร์ค อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย)
เมื่อเราพร้อม โรงงานก็พร้อม ความเป็นพันธมิตรก็ยิ่งเบ่งบาน เชื่อมั่นได้ว่า...ในการเรียนการสอนของภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ เราต้องส่งเด็กออกไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่เรียกว่าโครงการ สหกิจ ศึกษา และเราทราบถึงความต้องการของบริษัทต่างๆว่าเขามีความต้องการบุคลากรแบบไหนพอสมควรอยู่แล้ว
ส่วนนี้คือในส่วนของช่างระดับปริญญาตรี...แต่ในส่วนของระดับช่างเทคนิคอาชีวะ คงจะสามารถนำเอาองค์ความรู้เหล่านั้นมาต่อยอดตรงนี้ได้ ฉะนั้นแล้วเรามีพันธมิตรที่เป็นทั้งภาคอุตสาหกรรม ซึ่งบุคลากรในโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านั้น ก็เป็นศิษย์เก่าวิศวกรรมศาสตร์ของเราเยอะพอสมควร
“ถือได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบในการที่เราจะนำความรู้มาปรับเทคนิคการสอน ผลิตช่างเทคนิคให้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์นี้ได้ และเป็นการลดระยะเวลาการสอนกลุ่มบุคลากรที่จบใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งตอนนี้ภาคอุตสาหกรรมมองว่าตรงนั้นเป็นประโยชน์ต่อเขาด้วยในการที่จะได้ช่างเทคนิคที่มีฝีมือเข้าไปทำงานในโรงงานของเขา เขาจึงให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี”
เรียนแล้ว ฝึกแล้ว...สำหรับวุฒิการศึกษาที่นักเรียนนักศึกษาจะได้ยังเป็นวุฒิการศึกษาเดิม เช่น เรียนที่วิทยาลัยเทคนิค ก็ได้วุฒิการศึกษา ปวช. หรือ ปวส. ที่ตอนนี้ประเทศไทยกำลังขาดแคลนในส่วนนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วจะเน้นไปเรียนด้านสายสามัญมากกว่า
โครงการ “Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” เข้ามาสนับสนุนตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 ก็มีนโยบายชัดเจนว่า รัฐบาลต้องมีการสนับสนุนการเรียนการสอนของวิทยาลัยเทคนิค เพราะไม่ได้สนับสนุนแนวทางนี้มาเป็นเวลานาน
“มิติใหม่การเรียนการสอนที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เด็กสนุกมากขึ้น ไม่ใช่แค่การนั่งเรียนเพื่อจดและจำไปสอบเท่านั้น แต่จะเป็นการเรียนการสอนที่ให้เด็กมีส่วนร่วมมากขึ้น...ครูจะสอนน้อยลงและให้เด็กได้ฝึกทักษะการเรียนรู้ ได้ทดลอง ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองมากขึ้น”
“เด็กไทย 4.0” เป็นความหวังของ “ไทยแลนด์ 4.0”.