ที่สำนักช่างสิบหมู่ อ.ศาลายา จ.นครปฐม ตอนสายวันที่ 6 ก.ค. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว. วัฒนธรรม และนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร มาตรวจเยี่ยมความคืบหน้างานจิตรกรรมและงานศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มจากงานจิตรกรรมฉากบังเพลิง จิตรกรรมพระที่นั่งทรงธรรม การจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ งานประติมากรรม และการจัดสร้างพระโกศจันทน์
พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า การดำเนินงานคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ แต่ละงานมีรายละเอียด ขั้นตอนมากพอสมควร เน้นรักษาประเพณีแบบโบราณและมีความงดงาม คณะทำงานทุกคนมีความตั้งใจทำงาน ยิ่งเข้าใกล้ช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ต้องมีการเก็บรายละเอียดของงาน เป็นงานยากต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ คาดว่าจะเสร็จลุล่วงสิ้นเดือน ก.ย. ยืนยันว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ รวมถึงงานบูรณะราชรถและพระยานมาศ ถือเป็นผลงานของคนไทยทั้งประเทศที่มีใจร่วมกันทำงานถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างสมพระเกียรติ แสดงถึงความรักความสามัคคีและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีที่ไหนทำได้อย่างเรา
จากนั้นเวลา 15.00 น. พล.อ.ธนะศักดิ์เป็นประธานการประชุมกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ที่โรงละครแห่งชาติ ก่อนลงพื้นที่สนามหลวงด้านทิศใต้ ติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ มีอธิบดีกรมศิลปากรรายงานความคืบหน้า พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า งานก่อสร้างพระ เมรุมาศและอาคารประกอบทุกอาคาร รวมถึงงานศิลปกรรม ประณีตศิลป์คืบหน้าร้อยละ 60 พระที่นั่งทรงธรรมคืบหน้าร้อยละ 70 มุงหลังคาเสร็จแล้ว งานตกแต่งภายในแล้วเสร็จ สำหรับงานภูมิสถาปัตยกรรมคืบหน้าร้อยละ 12 ส่วนการจัดสร้างถนนเส้นกลางมีความคืบหน้าไปมาก กำหนดเสร็จวันที่ 15 ก.ย. ถนนเส้นนี้มีความสำคัญ ต้องรับน้ำหนักราชรถราชยานได้ ไม่ทรุดตัว คาดว่าการดำเนินงานทุกอย่างจะเสร็จก่อนสิ้นเดือนกันยายน 15 วัน
“ที่ประชุมยังเสนอคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯยกนพปฎลมหาเศวตฉัตร กลางเดือนตุลาคมและในเย็นวันที่ 13 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ ที่ท้องสนามหลวง ที่ประชุมจะเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิจารณาถึงความเหมาะสมกรณีมีประชาชนและประเทศเพื่อนบ้าน แสดงความจำนงจะบริจาคสิ่งของ อาทิ ไม้ กล้วยไม้ อัญมณี เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีครั้งนี้” รองนายกฯกล่าว
นางวิจิตร์ ไชยวิชิต หัวหน้ากลุ่มประณีตศิลป์ และนักวิชาการช่างศิลป์เชี่ยวชาญ สำนักช่างสิบหมู่ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ ว่าได้แกะสลักลวดลายส่วนประกอบทางศิลปกรรมในราชรถปืนใหญ่แล้วเสร็จร้อยละ 80 โดยใช้ไม้สักที่มีอายุระหว่าง 60-100 ปี และมีความหนาเป็นพิเศษ สำหรับขั้นตอนต่อไปเมื่อเทียบประกอบลวดลายเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเตรียมพื้นผิว ทาสี ลงรักปิดทองและประดับกระจกราชรถปืนใหญ่ ในส่วนของงานศิลปกรรมวงล้อทั้ง 4 ล้อ จะต้องถอดส่วนประกอบล้อมาดำเนินงานต่างหาก โดยจะประดับลวดลายล้อเพิ่มเติม นอกจากลายเดิมที่มีอยู่เพื่อความสวยงาม ล้อจะปิดทองประดับกระจกทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองอำนวยการฝึกกำลังพลฉุดชักราชรถในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในโรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) พ.อ.เอนก กล่อมจิตร รอง ผบ.รร.สพ.สพ.ทบ. มอบหมายให้ พ.ต.สิทธิศักดิ์ ศรีนวลดี หัวหน้าครูฝึกกำลังพลฉุดชักราชรถ นัดหมายกำลังพล สพ.ทบ. ที่ผ่านการคัดเลือกปฏิบัติหน้าที่พลฉุดชักราชรถในริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 2 จากหน่วยฝึกโรงเรียนทหารสรรพาวุธ สพ.ทบ.และกองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง จ.สระบุรี จำนวนรวม 336 นาย เข้าปฏิบัติภารกิจฝึกร่วม ณ บริเวณลานหน้ากองบัญชาการโรงเรียนทหารสรรพาวุธเป็นครั้งแรก
การฝึกซ้อมกำลังพลรวมในรอบแรก นอกจากจะมีการทดสอบความพร้อมท่าพื้นฐาน ทางหัวหน้าครูฝึกยังได้สั่งการให้กำลังพลในริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 2 นำเชือกเปอร์ลอนสำหรับใช้ในการฝึกมาถือจำลองสถานการณ์จริงในการฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ และราชรถพระนำหมายเลข 9784 พร้อมเปิดเพลงพญาโศกลอยลม ที่ใช้ในพระราชพิธี ก่อนจะให้กำลังพลทั้งหมดเดินตามจังหวะเพลง 3 รอบสนามฟุตบอล ทดสอบความพร้อมเพรียงของจังหวะการก้าวเดิน ทั้งจำลองสถานการณ์การหยุด วางเชือก ถวายบังคมด้วย สำหรับเพลงพญาโศกลอยลม ที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งกำลังพลทั้งหมดใช้ในการฝึกซ้อมครั้งนี้ ได้มีการเรียบเรียงท่วงทำนองและเสริมจังหวะบางส่วนขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เกิดความไพเราะและสมพระเกียรติ
พ.ต.สิทธิ์ศักดิ์เผยหลังการฝึกซ้อมว่า กำลังพลเริ่มมีความเคยชินกับท่าที่ถูกกำหนดให้ใช้ในพระราชพิธี ทั้งการปฏิบัติก็เริ่มมีความพร้อมเพรียงและมีความเป็นธรรมชาติ สำหรับการซ้อมครั้งต่อไป จะเข้าสู่การฝึกในระยะที่ 2 ที่จะต้องมีการออกไปฝึกซ้อมนอกสถานที่ คือที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช โดยจะมีการฝึกนอกในระยะที่ 2 รวมทั้งสิ้น 17 ครั้ง ก่อนฝึกซ้อมในสถานที่จริง เพื่อจำลองลำดับพระราชพิธีให้กำลังพลได้เข้าใจและจำลองการฉุดชักจริง ด้วยการใช้รถบรรทุกทางการทหาร ที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกับพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถพระนำ และจะพยายามฝึกกำลังพลตามเวลาจริงในพระราชพิธี เพื่อให้เกิดความเคยชิน ส่วนบทเพลงพญาโศกลอยลมที่ใช้ในการฝึกซ้อม หน่วยฝึกกำลังพลได้รับมาจากกองทัพภาคที่ 1 พบว่าท่วงทำนองและจังหวะในบางส่วนถูกปรับแต่งเสริมขึ้นมาให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติมากขึ้น โดยยังคงจังหวะการก้าวย่างเดิมที่ 30 ก้าวต่อนาที
ที่บริเวณราชนาวีสโมสร เช้าวันเดียวกัน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. นายณัฏฐ์ ศรีสุคนธนันท์ ผอ.สำนักการโยธา กทม. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยสายสื่อสาร ที่จะใช้ในพระราชพิธีออกพระเมรุ นายจักกพันธุ์กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร ผู้แทนบริษัทที่ให้บริการด้านการสื่อสารมาตรวจความเรียบร้อยในการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ตามเส้นทางริ้วขบวน ได้เดินสำรวจบริเวณถนนมหาราช ตั้งแต่ราชนาวีสโมสร ท่าราชวรดิฐ ท่าเตียน วัดโพธิ์ ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ กระทรวงกลาโหม ถนนราชดำเนินใน ศาลหลักเมือง แม่พระธรณีบีบมวยผม ถนนหน้าพระธาตุ โรงละคร แห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่าบางส่วนได้นำสายสื่อสารลงใต้ดินบ้างแล้ว เช่น ที่หน้ากระทรวงกลาโหม และยังพบว่ามีสาย สื่อสารที่ไม่ได้นำลงใต้ดินอยู่หลายจุด ได้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ ในวันที่ 16 ก.ค. หากยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จหรือยังไม่รื้อสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบออกจากจุดต่างๆ กรุงเทพมหานครจะใช้วิธีเด็ดขาดโดยการตัดสายสื่อสารที่ไม่เรียบร้อยไม่เป็นระเบียบทิ้งทั้งหมดเพื่อความสวยงามของภูมิทัศน์ ซึ่งเป็นเส้นทางขบวนให้มีความสวยงามต่อไป
ส่วนเวลา 12.30 น. วันเดียวกัน ที่หน้าประตูวิมานเทเวศร์ คณะเยาวชนไทยในโครงการเยาวชนไทยและผู้ปกครองในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ จำนวน 250 คน นำโดยนายองอาจ วงศ์ข้าหลวง เดินทางเข้ากราบพระบรมศพในหลวงร.9 โดยเยาวชนและผู้ปกครองเข้าแถวตอนเรียง 4 ที่หน้าประตู ก่อนเดินเข้าไปแสดงความอาลัยที่หน้าพระบรมโกศ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
