สมัครบริการ
สมาชิก
จากพระวิสัยทัศน์สู่การอนุรักษ์โขนเป็นสมบัติชาติ มรดกความภาคภูมิใจ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

จากพระวิสัยทัศน์สู่การอนุรักษ์โขนเป็นสมบัติชาติ มรดกความภาคภูมิใจ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

-กกก+

แชร์ข่าว

“...การจัดแสดงโขนไม่ใช่เรื่องง่าย คณะครูผู้เชี่ยวชาญการโขน ศิลปินแห่งชาติ ผู้แสดง และผู้จัดการแสดง ต่างก็ทุ่มเทฝีมือ ความคิด และแรงกายแรงใจอย่างสุดกำลัง ทำให้โขนออกมาสนุก ตื่นเต้น และสวยงามมาก มีฉากที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่...ทุกครั้งที่จัดการแสดงโขน คณะกรรมการจะคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่มาเป็นผู้สร้างร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มาฝึกฝนศิลปะการแสดงชั้นยอดของไทยจากปรมาจารย์โดยตรง เมืองไทยจะได้มีนักแสดงฝีมือดี สืบทอดวิชาต่อไป ขณะเดียวกัน ต้องมีการจัดสร้างเครื่องแต่งกาย และฉากใหม่ๆ ทำให้ได้ช่างฝีมือที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมทั้งวงดนตรีปี่พาทย์ ผู้ขับร้อง และผู้พากย์บทด้วยเช่นกัน ขณะนี้จึงพอมีความหวังแล้วว่า “โขน” ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชิ้นเอกของไทยคงไม่สูญหายไป...” พระราชดำรัสดังกล่าวของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปีหลวง” ซึ่งพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554 สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์กว้างไกลในการสืบสานศิลปะชั้นสูงของไทย เพื่อให้เป็นสมบัติของชาติ และอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานไทยได้ภาคภูมิใจ

ทรงทำนุบำรุงนาฏศิลป์ชั้นสูงและดนตรีไทย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” มีพระราชดำริในการทำนุบำรุง อนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ ด้านนาฏศิลป์และดนตรีไทย ให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อให้คนไทยได้ภาคภูมิใจ อีกทั้งซาบซึ้งในคุณค่าแห่งนาฏศิลป์ไทย และเผยแพร่สู่ประชาคมโลกให้ได้เห็นถึงเกียรติภูมิของประเทศไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กรมศิลปากรจัดการแสดงโขนในโอกาสต่างๆ พร้อมพระราชทานพระราชดำริให้อนุรักษ์ศิลปะการแสดงโขนและเครื่องแต่งกายโขนไว้ อันเป็นที่มาของ “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” และ “โขนศาลาเฉลิมกรุง”

ทรงอนุรักษ์การแสดงโขนและลวดลายบนชุดโขนในฐานะที่เป็นศิลปะชั้นสูงของไทย เมื่อ “สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง” ทรงทราบว่านาฏศิลป์ไทย โดยเฉพาะ “โขน” ซบเซาลง จึงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูและอนุรักษ์ “โขน” รวมถึงเครื่องแต่งกายของโขน ด้วยทรงเห็นว่าลวดลายปักมีความประณีตงดงาม ควรแก่การอนุรักษ์หัตถศิลป์ไทยไว้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กรมศิลปากรจัดการแสดงโขน ในโอกาสที่ทรงแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้กรมศิลปากรนำไปปรับปรุงเครื่องแต่งกายโขนตามพระราชดำริ นอกจากนี้ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ได้เสด็จฯไปทอดพระเนตรการแสดงของคณะโขนธรรมศาสตร์หลายครั้ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เยาวชน ที่มุ่งอนุรักษ์และสืบทอดการแสดงโขนของไทย

จุดกำเนิดของ “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง” เนื่องจากทรงสนับสนุนการแสดงโขนมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนขึ้นใหม่อย่างประณีตงดงาม พร้อมปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าตัวละครโขนกับนักแสดงที่สวมชฎา และเปิดเห็นใบหน้าให้เหมาะกับเทคโนโลยีการแสดงสมัยใหม่ ตลอดจนปรับวิธี การเดินเรื่องให้สั้นกระชับ พัฒนาฉากและแสงสีเสียงให้ดึงดูดใจ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดแสดงโขนในชุด “พรหมมาศ” ณ ศูนย์ วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และชุด “นางลอย” ในเวลาต่อมา ซึ่งทั้งสองชุดได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปอย่างมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดการแสดงชุด “ศึกมัยราพณ์” ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

การจัดแสดงโขนแต่ละครั้งต้องใช้บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ใช้เวลาเตรียมการยาวนาน และใช้กำลังทรัพย์จำนวนมาก แต่เป็นสิ่งที่คุ้มค่า เนื่องจากการแสดงทุกครั้งสามารถผลิตและสร้างงานให้เยาวชนรุ่นใหม่ ทั้งช่างปัก ช่างเขียนฉาก ช่างทำหัวโขน ช่างทำเครื่องประดับ การร้อง การรำ รวมถึงได้มีการคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นผู้สืบทอดศิลปะการแสดงโขน เป็นการส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นหลังได้ร่วมอนุรักษ์สมบัติของชาติ

ทรงเผยแพร่ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยสู่ต่างประเทศ ในโอกาสที่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เป็นผู้แทนพระองค์เสด็จฯไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ทรงจัดการแสดงพระราชทานแก่ประเทศเจ้าภาพ ซึ่งเป็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การแสดงชุดกวนเกษียรสมุทร หรือการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นการแสดงเก่าแก่ที่สืบทอดมายาวนาน นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานการแสดงชุดกวนเกษียรสมุทร ให้คนไทยได้ชื่นชมอีก 2 ครั้ง คือในงานประกวดผ้าไหม ณ จังหวัดสกลนคร และงานพระราชทานเลี้ยงลูกเสือชาวบ้าน ณ จังหวัดเชียงใหม่

เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ที่ทรงวางรากฐาน, ฟื้นฟู, ส่งเสริม และอนุรักษ์การแสดงโขน ควบคู่กับงานช่างฝีมือชั้นสูง ทั้งการจัดสร้างเครื่องแต่งกาย, ศิราภรณ์, หัวโขน และเครื่องประดับ ตลอดจนส่งเสริมให้ครูผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้และฝึกฝนเยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมสืบทอดและธำรงซึ่งนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทย “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เป็นโต้โผใหญ่จัดการแสดง โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปา ชีพฯ ประจำปี 2569 เรื่อง “รามเกียรติ์” ตอน “สีดา” ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒน ธรรมแห่งประเทศไทย โดย “พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอด พระเนตร รอบปฐมทัศน์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ขณะที่ “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี” เสด็จฯไปทอดพระเนตรเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 และ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” เสด็จฯไปทอดพระเนตร ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ทรงชื่นชมในความยิ่งใหญ่ของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และพระราชทานกำลังใจให้กับความตั้งใจของนักแสดงทุกคน

ทั้งนี้ การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 ยังจัดขึ้นเนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปซื้อบัตรเข้าชมระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2569 ปีนี้รังสรรค์ขึ้นในตอน “สีดา” ตามบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ในล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 1 ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่กำเนิดนางสีดา, การอภิเษกกับพระราม, การติดตามพระรามออกเดินป่า จนถูกทศกัณฐ์ลักพาไปกรุงลงกา และการลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และความจงรักภักดี มีการออกแบบฉากและองค์ประกอบการแสดงอย่างวิจิตรงดงาม ไม่ว่าจะเป็น “ฉากพระราชพิธีอภิเษกพระราม-นางสีดา” ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดพระแก้ว ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะไทยผ่านรายละเอียดงานออกแบบอันประณีตยิ่งใหญ่ “ฉากสีดาลุยไฟ” สะท้อนความบริสุทธิ์และความจงรักภักดีของนางสีดา ฉากน่าประทับใจยังรวมถึง “ฉากสรวงสวรรค์และเขาพระสุเมรุ”, “ฉากหนุมานชูกล่องดวงใจ” และ “ฉากทศกัณฐ์ลักนางสีดา”


ความพิเศษของการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ คือการรวบรวมองค์ความรู้จากครูผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา ทั้งโขน, ละคร, ดนตรี, คีตศิลป์ ร่วมกันทำงานด้วยความวิริยะอุตสาหะ ถ่ายทอดการแสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่ ที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญจากบรมครู ถือเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงความสามารถตามที่ถนัด อีกทั้งส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมรักษาและสืบสานศิลปะการแสดงโขน สมดังพระราชปณิธานของ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงอุปถัมภ์ฟื้นฟูและอนุรักษ์การแสดงโขน เพื่อให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของแผ่นดินไทย คือความภาคภูมิใจของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น.

ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ