“หนังสือ Trend Book เล่มนี้เป็นเล่มที่ยาก ทำไมถึงยาก เพราะท่านหญิงต้องการให้มันยากขึ้นๆ ท่านหญิง predictable ไว้ 2 ปีล่วงหน้าเลย ท่านหญิงต้องการให้ครูไปสอนนักเรียนแบบทำการบ้าน คือไม่ใช่เอาไปทั้งดุ้นๆแล้วสอนเลย คุณต้องอ่านแล้วคุณต้อง develop คุณต้องตีความ คุณต้องใช้มันสมองของคุณในการที่จะ interpret และสอนเด็กๆ คุณต้องย่อยให้เด็กดูแล้วเด็กสามารถที่จะไปจินตนาการต่อด้วยตัวเขาเอง แล้วก็เป็น Trend Book ที่อยากจะเห็นความท้าทายของช่างทอผ้าทุกคน ซึ่งพูดทุกปี แต่ปีนี้อยากเห็นเป็นพิเศษ และอยากให้บรรจุในหนังสือแบบเรียนเพื่อให้เด็กๆทุกคนได้เข้าถึงทั่วกัน สำหรับเด็กรุ่นใหม่จะนำหนังสือไปใช้ยังไง ก็อยากให้รู้พื้นฐาน และรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม คุณรักทางวัฒนธรรม และถ้าคุณอยากรู้ คุณต้องลง พื้นที่ให้เห็นของจริงกับตา ทุกครั้งที่ท่านหญิงเรียนหนังสือก็จะบอกว่าอาจารย์โม้หรือเปล่า ท่านหญิงจะหนีอาจารย์ไปดูของจริงทุกครั้ง เหมือนกันค่ะ ต้องศึกษาของจริงไปดูของจริง ท่านหญิงอยากให้เด็กๆทุกคนได้ออกจากนอกจอบ้าง แล้วไปเห็นของจริง ท่านหญิงอยากเสริมเรื่องหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่ AI ไม่สามารถสู้มนุษย์เราได้ คือ Creativity ความคิดสร้างสรรค์, Artisan ความเป็นประณีตศิลป์ และ Craftsmanship งานฝีมือ เราเชื่อว่า everything about the hand นี่แหละคือสิ่งที่ AI ทำไม่ได้!! เราอยู่ในยุค AI แต่เราจะอยู่กับ AI ยังไงให้มัน balance มากที่สุด ซึ่งอันนี้คือสิ่งที่อยากจะฝากทุกคนเอาไว้ ความ Creativity งานที่ทำมาจากมือเรา คือสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไป โลกของเรามีความวุ่นวายมาก ทำให้คนรู้สึกเครียด พะว้าพะวง ไม่มีกำลังใจอะไรต่างๆ นานา รวมถึงเรื่องส่วนตัวท่านหญิงด้วย หนังสือเล่มนี้นำเสนอว่า ทำยังไงให้งานเราอยู่กับตัวเราเองมากที่สุด ใช้ความ Creativity อย่างมีสติจากก้นบึ้งของหัวใจ ดึงมันขึ้นมา แล้วให้ออกมาเป็นชิ้นงาน เอาความรู้สึกของตัวเอง การดูจิตใจ และบางครั้งเราต้องรู้สึก Empathy ในการทำงานชิ้นนี้ออกมา หนังสือเล่มนี้เป็นความรู้สึกที่เบสิกมากๆ สีที่ออกมากลายเป็นสีที่มีความสนุก, มีความสุข และมีความเย็น เย็นในที่นี้ไม่ใช่แปลว่าปลงนะ แต่เย็นของท่านหญิงคือ I’m good, I calm down, I have focused แล้วก็ค่อยๆไป นี่คือ perception ของหนังสือเล่มนี้”...ความตอนหนึ่งระหว่างทรงบรรยายเปิดงานประชุมวิชาการซิมโพเซียม (Symposium) การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 “Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027” จัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม คงพอสะท้อนได้ดีถึงพระวิสัยทัศน์คมกริบของ “สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงย้ำสิ่งที่ AI ไม่สามารถสู้มนุษย์ได้ คือความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือ พร้อมกระตุ้นคนรุ่นใหม่ให้มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น อยู่อย่างมีความหวัง และมองโลกในแง่ดี
ทั้งนี้ ทรงดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารหนังสือ “Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027” มาอย่างต่อเนื่องเป็นเล่มที่ 7 มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถศิลป์สู่เวทีแฟชั่นระดับสากล
นอกเหนือจากการให้ความรู้เรื่องแนวโน้มและทิศทางแฟชั่นไทย และทอดพระเนตรนิทรรศการการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 “Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027” ในโอกาสนี้ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ได้ประทานสัมภาษณ์คณะสื่อมวลชนถึงห้วงเวลา 1 ปีที่ทรงก้าวผ่านเหตุการณ์สะเทือนพระทัย
“หนึ่งปีที่ผ่านมานะคะ ก็งานเยอะดี ทั้งงานราษฎร์งานหลวงนะคะ แล้วก็งานกีฬาก็เยอะ งานลงพื้นที่ก็เยอะ แล้วก็มีเหตุการณ์ที่สะเทือนจิตใจตั้ง 2 ครั้ง ก็จะเป็นเรื่องที่แบบว่าอยากให้ทุกๆท่านได้ทราบกัน ทั้งออกข่าวเอยทั้งการเขียนเอย ทั้งอะไรก็ตามที่ทุกคนได้เห็นนั่นแหละ แล้วก็เผอิญว่ามันเป็นช่วงที่เหนื่อยทั้งครอบครัวนะคะ เป็นคำเดิมๆที่พูดกันนั่นแหละ แต่ว่าเราก็ต้องเดินไปข้างหน้า ตอนนี้ถามว่ารู้สึกยังไง ก็ดีขึ้น!! เพราะว่าหลังจากที่เหนื่อยแล้ว หลังจาก State Visit ในหลวงแล้ว สิ่งที่ทำอย่างแรกคือ นอกจากนอนนิ่งๆอาบแอร์แล้วเนี่ย ก็ไปดิสนีย์แลนด์ ไปกรี๊ดๆๆ ไปพักผ่อนนะคะ แล้วก็ไปคอนเสิร์ต คือ mind กับ soul ดีขึ้นมากนะคะ หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าโหมดการไปดูหนัง อ่านหนังสือ 2 เล่มสลับกัน แล้วก็วาดรูป ไปมิวเซียม ก็มีความสุขขึ้น ก็เป็นท่านหญิงคนเดิมที่กลับมานะคะ ก็แค่นี้แหละ ก็พักผ่อนจิตใจ แล้วก็ทำให้ตัวเองสวยขึ้น และฟิตมากขึ้น คือพยายามทำตัวให้สวยขึ้นในทุกๆวันจากข้างในมาข้างนอก”
หนังสือ “Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027” นำเสนอภายใต้แนวคิดหลัก “REIMAGINE” เกิดขึ้นจากคอนเซปต์ในการมองโลกใหม่ผ่านพลังของศิลปะ, วัฒนธรรม และงานหัตถกรรม โดยนำเสนอแนวคิด “Cultural Diplomats” การใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและเชื่อมโยงผู้คนในโลกยุคใหม่ “งานหัตถกรรม” ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงความเป็นมรดกทางวัฒนธรรม แต่ถูกนำกลับมาสร้างสรรค์ใหม่ ผ่านการผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย เกิดเป็นผลงานที่สะท้อนทั้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมและจินตนาการของโลกอนาคต นำเสนอได้เป็น 4 มุมมองของความงามร่วมสมัย ที่สะท้อนวิธีคิดใหม่ต่อชีวิตและโลก ผ่านงานผ้าและงานหัตถกรรมที่ถูกตีความใหม่
“THE EXQUISITE MOVEMENT” ความงามของการเคลื่อนไหว นำเสนอความงามของร่างกายและการเคลื่อนไหวผ่านผ้าที่มีจังหวะและทิศทาง ลวดลายเรขาคณิตถูกนำมาสร้างจังหวะใหม่ ผสานเส้นสะท้อนแสง เส้นโลหะ และเทคนิคการทอที่ทำให้เกิดมิติเมื่อผืนผ้าขยับ รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวแม้อยู่นิ่ง
“THE MAS TERPIECE MUSE” เมื่อศิลปะกลายเป็นแรงบันดาลใจที่สวมใส่ได้ สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและแฟชั่น ผ่านการผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับป๊อปและโมเดิร์น ลวดลายกราฟิกสีสันที่ตัดกัน และการจัดองค์ประกอบบนผืนผ้า ตลอดจนเทคนิคดั้งเดิม เช่น มัดหมี่ ถูกนำมาผสมกับลายตาราง การไล่เฉดสี และการซ้อนทับของลวดลาย เพื่อสร้างภาพใหม่บนผืนผ้า เป็นงานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้
“THE CLARITY OF IMMORTALITY” ความงามของการมีชีวิตที่ดีและยืนยาว การดูแลตัวเอง และเทคโนโลยีชีวภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตใหม่ ถ่ายทอดผ่านสีสันที่อ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ ทั้งเขียว ฟ้า ครีม น้ำตาลอ่อน และเหลืองอ่อน การย้อมไล่เฉด และพื้นผิวที่นุ่มนวล สร้างความรู้สึกเบา สะอาด และผ่อนคลาย เปรียบเสมือนพื้นที่
สำหรับการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ชวนให้กลับมามองว่า การมีชีวิตที่ ยืนยาว อาจมีความหมายมากขึ้นเมื่อเราเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
“THE SANCTUARY WITHIN” พื้นที่แห่งความสงบที่อยู่ภายใน ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน ซึ่งถูกนำมาตีความเป็นภาษาของงานแฟชั่นและสิ่งทอ ลวดลายเรขาคณิต และพื้นผิวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัสดุทางสถาปัตยกรรม สร้างความรู้สึกสงบ มั่นคง และมีรสนิยม โดยโทนสีเทา เงิน ฟ้าอ่อน เบจ และน้ำตาลอ่อน ทำหน้าที่สร้างบรรยากาศของพื้นที่ที่ปลอดภัย ขณะที่เทคนิคการทอและการสร้างเท็กซ์เจอร์ ทำให้เกิดมิติของแสงและเงาบนผืนผ้า เปรียบเสมือนการสร้างพื้นที่พักพิงทางใจ ที่ไม่ได้อยู่เพียงในสถาปัตยกรรม หากแต่อยู่ภายในตัวเรา...สามารถดาวน์โหลดหนังสือในรูปแบบดิจิทัลได้ทาง https://online.fliphtml5.com/rnqjs/yohh/#p=1
ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่
