“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” เสด็จไปทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026 ณ เอ็ม ดิสทริค พร้อมทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์โอต์กูตูร์ “ATELIER DE GRÂCE HAUTE COUTURE” รวม 28 ลุค จาก 7 แบรนด์ดีไซเนอร์แถวหน้าของไทย ที่พร้อมใจกันมาถ่ายทอดอัตลักษณ์และความงดงามของผ้าไหมมัดหมี่ เจิดจรัสคู่เครื่องประดับชั้นสูงระดับ Masterpiece High Jewelry และ Iconic Fine Jewelry จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ท่ามกลางเสียงดนตรีสุดคลาสสิกจากวง Royal Bangkok Symphony Orchestra เพื่อเชิดชูเกียรติภูมิ “ผ้าไหมมัดหมี่” ในฐานะรากเหง้าแห่งอัตลักษณ์ชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมจากพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง เอ็ม ดิสทริค, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย งานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ที่ทรงอุทิศพระวรกายยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ เพื่อฟื้นฟูและยกระดับผ้าไทย โดยเฉพาะ “ผ้าไหมมัดหมี่” ให้เป็นรากเหง้าแห่งอัตลักษณ์ชาติ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ผู้ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมของชาติ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงมอบไว้ให้คนรุ่นหลังร่วมสืบสานอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดง นิทรรศการ “ATELIER DE GRÂCE SHOWCASE” ระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมความงดงามของผลงานระดับมาสเตอร์พีซจาก 7 แบรนด์ดีไซเนอร์แถวหน้าของไทย TIRAPAN, THEATRE, ASAVA, ISSUE, CHAI GOLD LABEL, VATIT ITTHI และ KLOSET พร้อมรวบรวมกิจกรรมเพื่อคนรักงานหัตถศิลป์ไทย อาทิ EM MARKET HALL ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ อุทิศพื้นที่ให้กับ นิทรรศการ “THE LEGACY OF THAI ROYAL ELEGANCE” น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ที่ทรงริเริ่มและพัฒนารูปแบบชุดไทยพระราชนิยม โดยนำ “ชุดไทยเรือนต้น” และ “ชุดไทยจิตรลดา” จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯมาจัดแสดง เพื่อให้ความรู้และสอดรับกับวาระสำคัญที่ประเทศไทยเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากยูเนสโก ในปี 2569 ขณะที่ในโซน THAI CRAFT MARCHÉ ร่วมสนับสนุนผลงานหัตถศิลป์ชั้นเลิศ โดยคัดผ้าไทยทอมือชั้นดีมาให้เลือกสรร เช่น ผ้าไหมเกล็ดเต่าสลับลายหางกระรอก, ผ้าไหมราชวัตร, ผ้าชนเผ่า, จักสานย่านลิเภา, ตุ๊กตาแฮนด์เมดจากผ้าไหมไทย รวมถึงดอกไม้ประดิษฐ์ และสินค้าหัตถกรรมอื่นๆ พร้อมผลิตภัณฑ์จากทัณฑสถานหญิง ผลงานจากโครงการในพระดำริของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ตลอดจนสัมผัสวิถีไทยอย่างใกล้ชิดผ่านกิจกรรมการสาธิตทอผ้าไหมมัดหมี่ และพิเศษสามารถเลือกซื้อผ้าไทยภายในงาน พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการเลือกและแมตช์สีผ้าให้เหมาะกับการออกแบบและตัดเย็บชุดไทยได้อย่างลงตัว พลาดไม่ได้คือการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่เตรียมมาจัดแสดงให้ชมเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันที่ 8-9 และ 12 สิงหาคม 2569 รอบ 15.30 น. และ 16.30 น.
