พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปในการพระราชพิธีศุภมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 ก.ค.2569 ณ พระบรมมหาราชวัง ขณะที่เหล่าข้าราชการทั่วประเทศร่วมแสดงความ จงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการ ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ด้านกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่จากหลากสาขาร่วมสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณพร้อมใจถ่ายทอดผลงานศิลปะ นำมาจัดทำภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติ ถวาย พระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นจอมัลติมีเดียในจุดสำคัญทั่วกรุง
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 ก.ค.2569 ในช่วงเย็นวันที่ 28 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง และเมื่อเสด็จฯถึงชานหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวน จำนวน 20 รูป ถวายพระพรชัย มงคล แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการหน้าธรรมาสน์ศิลา พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ 5 รูป ทรงจุดเทียนที่แท่นมณฑลบูชาเทวดานพเคราะห์ โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ เสด็จลงชานหน้าพระอุโบสถ พระราชทานราชสังคหวัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้า-ฝ่ายใน
ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี ณ พระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอ่านประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงประเคนสุพรรณบัฏ พัดยศ ผ้าไตร และเครื่องประกอบสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระราชาคณะ ที่ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา โดยมีพระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา และเจ้าพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์ ตามโบราณราชประเพณี พระสงฆ์ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะประธานสงฆ์ ถวายอดิเรก
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์องค์อภิบาล และองค์แทรกพระชนมพรรษา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารรัชกาลที่ 9 ที่ประดิษฐานพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 75 รูปเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา
ระหว่างพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จลงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จฯไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
นอกจากนี้ สำนักพระราชวังจัดสถานที่สำหรับประชาชนลงนามถวายพระพรภายในพระบรม มหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น. นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน เข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร ระหว่างเวลา 08.00-12.00 น. และเวลา 12.00 น. กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จะยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด และมีพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศในช่วงค่ำ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้มีพระดำรัสถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.2569 ความว่า “อภิลักขิต สมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอสำแดงน้ำจิตโสมนัสมุทิตา ตั้งสัตยาธิษฐานร่วมกับปวงชนชาวไทยถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของชาติไทยย่อมเห็นประจักษ์ได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน ดำรงอยู่ในฐานะ “มิตรแท้” ของกันและกันตลอดมา ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งผูกผสานน้ำพระราชหฤทัยและน้ำใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจต่อกัน สมด้วยพระราโชวาทของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปลูกฝังอบรมบ่มพระราชหฤทัยพระราชโอรสธิดา ให้ทรงตระหนักในสัจจะประการนี้ว่า “เราต้องตอบแทนความรักของประชาชนด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบำบัดความทุกข์ของเขา เพราะเขาเป็นหลักพึ่งพาของพระมหากษัตริย์ตลอดเวลา”
สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงตั้งพระบรมราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ พระราชจริยวัตร ตลอดจนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบุพการี เพื่อให้บ้านเมืองไทยประสบความผาสุกสวัสดี จึงทรงสถิตในฐานะ “มิตร” ที่ยิ่งใหญ่ของประชาชน ย่อมทรงได้รับความจงรักภักดีต่างเครื่องบูชาสนองพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอ โดยเหตุแห่งพระเมตตาธรรม พระราชไมตรีนั้นยังเผื่อแผ่ไปสู่นานาประเทศในฐานะราชสัมพันธมิตร ประสิทธิ์ประสาทเกียรติภูมิของชาติ ให้ประกาศเกริกไกรไปในสากล เป็นที่สรรเสริญยกย่องอย่างไพศาล สมด้วยโพธิสัตวภาษิต ที่ว่า “สกฺกตฺวา สกฺกโต โหติ, ครุ โหติ สคารโว วณฺณกิตฺติภโต โหติ, โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ” แปลความว่า “บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร บุคคลผู้นั้นสักการะคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นสักการะตน เคารพคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นเคารพตน ย่อมเป็นผู้ได้รับความยกย่องและเกียรติคุณ” ด้วยประการฉะนี้
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และเดชะแห่งสัจจวาจา ตลอดจนพระราชกุศลธรรมจริยาที่ทรงสั่งสมมาด้วยดี โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญหลักชัยแห่งราชอาณาจักรไทยตราบจิรัฐิติกาล เทอญ”
ขณะเดียวกัน ทุกภาคส่วนทั่วประเทศ พร้อมใจจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม ส่วนข้าราชการมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน รวมถึงทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยที่รัฐสภา เวลา 09.30 น. วันที่ 27 ก.ค. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานพิธีโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
จากนั้นนายโสภณเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นำถวายสัตย์ปฏิญาณการเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ก่อนทำกิจกรรมจิตอาสารดน้ำต้นไม้ ตัดหญ้าบริเวณรอบอาคารรัฐสภา โดยช่วงหนึ่งนายโสภณได้ขึ้นรถเครนไปตัดแต่งใบต้นตาล และเก็บใบแห้งทิ้ง เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ และรักษาความสะอาดบริเวณอาคารัฐสภาให้เรียบร้อยสวยงาม
ด้านนายชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ศิลปินร่วมสมัยของไทย กล่าวว่า ตนร่วมกับ Decide Kit Studio พร้อมทีมศิลปินจากหลากหลายสาขาร่วมกันถ่ายทอดผลงานศิลปะด้วยหัวใจแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นไทย จัดทำภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ความยาว 6 นาที ซึ่งเป็นการนำผลงานจากปลายพู่กันจิตรกรรม งานประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ ถ่ายทอดสู่โลกแห่งภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ อย่างงดงามสมพระเกียรติ โดยในส่วนตนเองได้สร้าง สรรค์ผลงานพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวง ร.10 ภายใต้ชื่อผลงาน “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” ด้วยเทคนิคโอลด์มาสเตอร์ บรรจุลงในภาพยนตร์สั้นนี้ด้วย และจัดฉายพร้อมกันบนจอมัลติมีเดียสกรีน ภายในไอคอนสยาม และจอของบริษัท แพลน บี มีเดีย ในจุดสำคัญทั่ว กทม.ระหว่างวันที่ 27-28 ก.ค.นี้ ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทยที่จะได้ร่วมชื่นชมศิลปะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อในหลวง ร.10
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่
