UNODC-TIJ และ 17 ชาติ ร่วมรำลึกพระกรุณาธิคุณ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา" พระผู้ประทานโอกาสและศักดิ์ศรีแก่ผู้ต้องขังหญิงและเยาวชน พร้อมฟัง 2 เยาวชนเปิดใจได้ชีวิตใหม่จากกีฬาปิงปอง
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ร่วมกับ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จัดงาน "A Legacy of Justice and Compassion: Commemorative Event Honouring the Life and Enduring Contributions of Her Royal Highness Princess Bajrakitiyabha Narendiradebyavati Kromluangrajasarinisiribajra Mahavajrarajadhita" เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ ห้อง Conference Room ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ
งานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากประชาคมระหว่างประเทศมากกว่า 250 คน จาก 17 ประเทศ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและพระปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการช่วยเหลือผู้เปราะบางในกระบวนการยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องขังหญิง เด็ก และเยาวชน ที่ทรงให้ความสำคัญกับการมอบ "โอกาสที่สอง" เสมอมา
จาก "โครงการกำลังใจ" สู่มาตรฐานสากล "ข้อกำหนดกรุงเทพ"
ในเวทีระดับโลก พระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง Mr. Shombi Sharp รองเลขาธิการบริหาร คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) กล่าวยกย่องว่า พระองค์ทรงเชื่อมั่นเสมอว่า ความยุติธรรมคือการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การเปิดโอกาสให้ทุกคน และการร่วมกันทำให้ไม่มีผู้ใดถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ขณะที่ผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ (UN Women) และเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ได้ร่วมรำลึกถึงจุดเริ่มต้นของ "โครงการกำลังใจ" ที่สะท้อนพระเมตตาต่อผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์และเด็กทารกที่ติดมารดาในเรือนจำ ซึ่งต่อมาได้ถูกผลักดันจนกลายเป็นมาตรฐานสากลที่องค์การสหประชาชาติให้การรับรองภายใต้ชื่อ "ข้อกำหนดกรุงเทพ" (Bangkok Rules) มาตรฐานนี้ได้ยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และตระหนักถึงความจำเป็นเฉพาะด้านของสตรีที่อยู่หลังกำแพง
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ TIJ ระบุว่า พระองค์ไม่เคยทรงปล่อยให้ภาษาของนโยบายหรือหลักการบดบังมิติความเป็นมนุษย์ ทรงทำให้ความยุติธรรมมีใบหน้าและหัวใจของความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ
แสงสว่างหลังกำแพง 2 เยาวชนไทยเปิดใจ ได้ชีวิตใหม่จากปิงปอง
พระกรุณาธิคุณของพระองค์ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงกฎหมายสากล แต่ยังเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานได้มีการถ่ายทอดเรื่องราวจาก 2 เยาวชนไทยที่ได้รับโอกาสจากพระองค์
นายอีธาร ก๊กศรี หรือน้องมูยุน นักเรียนชั้น ม.5 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นทารกในภาพถ่ายขณะที่พระองค์ทรงอุ้มเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ณ อาคารบริบาลทารก เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ภาพถ่ายนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่างที่คอยเตือนใจ ปัจจุบันเขาตั้งใจเรียนและทำงานพิเศษควบคู่ไปด้วย โดยมีความฝันสูงสุดคือการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์เพื่อทำประโยชน์แก่สังคม
ขณะเดียวกัน นายอิทธิพล ภาคพฤกษ์ อดีตนักกีฬาสโมสรกีฬา BBG (Bounce Be Good) โครงการในพระดำริ ได้บอกเล่าอดีตที่เคยก้าวพลาดจนถูกจับในคดียาเสพติดเมื่ออายุ 16 ปี แต่ได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการ Young Table Tennis Way of Change ในศูนย์ฝึกฯ และก้าวมาเป็นนักกีฬาปิงปองอาชีพ
"เป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้ว บีบีจีไม่ได้มอบโอกาสแค่ในการเล่นกีฬา แต่ยังมอบโอกาสในการทำงาน การศึกษา และการใช้ชีวิต... พระองค์ทรงไม่ถือพระองค์ ทรงแทนพระองค์ว่า 'พี่พา' ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมฮึดสู้และยืนหยัดในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี" นายอิทธิพล กล่าวเปิดใจ
ปัจจุบัน นายอิทธิพล มีอาชีพที่มั่นคงในฐานะโค้ชผู้ฝึกสอนกีฬาปิงปอง ถ่ายทอดวิชาและโอกาสที่เขาเคยได้รับให้แก่เด็กรุ่นต่อไป
พระวิสัยทัศน์ "การพัฒนาทางเลือก" เพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
นอกจากกระบวนการยุติธรรมแล้ว พระองค์ยังทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถ้อยแถลงถึงพระกรณียกิจด้าน "การพัฒนาทางเลือก" ทรงร่วมผลักดันโครงการร้อยใจรัก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพสุจริตทดแทนยาเสพติด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันอาชญากรรมอย่างยั่งยืน
สอดคล้องกับปาฐกถาของ ฯพณฯ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ระบุว่า กระบวนการยุติธรรมต้องเสริมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย
ในช่วงท้ายของการกล่าวปาฐกถา ดร. พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ ได้กล่าวสรุปถึงพระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ประทานกำลังใจ ความเชื่อมั่น และแรงบันดาลใจแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ทรงทำให้ผู้คนรู้สึกว่างานของตนมีคุณค่าและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมหวังว่าประชาคมโลกจะร่วมกันสืบสานแบบอย่างการเป็นผู้นำด้วยความเข้าอกเข้าใจ เพื่อให้พระปณิธานด้านความยุติธรรมดำรงอยู่สืบไป
