สมาชิก
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ "ราชพัสตราสู่สากล" ณ กรุงปารีส

"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ "ราชพัสตราสู่สากล" ณ กรุงปารีส

-ก+

แชร์ข่าว

"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ "ราชพัสตราสู่สากล" ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ"


เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 16.18 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส  โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ "ราชพัสตราสู่สากล" (La Mode en Majesté  :  Haute couture et tradition a La cour de Thailande) ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง (Musée des Arts Décoratifs :  MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา   

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, นางกาทรีน เปการด์ (Mrs. Catherine Pégard) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมสาธารณรัฐฝรั่งเศส, นายลิโอแนล โซวาจ (Mr. Lionel Sauvage) ประธานพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ 

จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล  (La Mode en Majesté : Haute couture et tradition a La cour de Thailande) เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเบเนดิกต์ กาดี (Mrs. Bénédicte Gady) กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐฝรั่งเศสกับประเทศไทยในการจัดนิทรรศการฯ

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องกาเลอรี คริสทีเนอ และชตีเฟน อา. ชวาซมัน  ซึ่งเป็นสถานที่จัดนิทรรศการฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ "ราชพัสตราสู่สากล" (La Mode en Majesté  :  Haute couture et tradition a La cour de Thailande) โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 7 โซน ประกอบด้วย   

1. วีดิทัศน์เรื่อง "ไทย - ฝรั่งเศส อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านฉลองพระองค์"

2. ชุดไทยพระราชนิยม จากแนวพระราชดำริสู่อัตลักษณ์แห่งชาติ

3. สดุดีฝีมือช่าง สืบสานหัตถศิลป์ไทย

4. ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้องเสื้อบัลแมง (Balmain)

5. ผ้ายก มรดกภูมิปัญญาไทย

6. ผ้ามัดหมี่ หัตถกรรมไทยสู่สากล

7. ชุดไทยร่วมสมัย แรงบันดาลใจจากอดีตสู่ปัจจุบัน   

เสร็จแล้วทอดพระเนตรการสาธิตหัตถกรรมไทยที่ด้านหน้าห้องจัดนิทรรศการ สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ เลอ เมอริช กรุงปารีส   

ทั้งนี้ การจัดนิทรรศการ "ราชพัสตราสู่สากล" (La Mode en Majesté :  Haute couture et tradition a La cour de Thailande) "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา" ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดนิทรรศการฯ โดยนิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน  2569 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง  (Musée des Arts Décoratifs :  MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในโอกาสครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต นับแต่เริ่มมีการติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ฝรั่งเศส เมื่อพุทธศักราช 2228 และในโอกาสครบรอบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส     

สำหรับนิทรรศการดังกล่าว ได้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน), พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่งแห่งกรุงปารีส โดยจัดแสดงถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ผ่านวิวัฒนาการของสิ่งทอ, งานหัตถศิลป์ และแฟชั่นชั้นสูง

มีการจัดแสดงผลงานกว่า 200 ชิ้น อาทิ ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบอันประณีตงดงามของนายปิแยร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบชาวฝรั่งเศส รังสรรค์ร่วมกับเมซง เลอซาจ (Maison Lesage) สถาบันงานปักชั้นสูงของฝรั่งเศส โดยผลงานเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาช่างฝีมือฝรั่งเศสและมรดกทางวัฒนธรรมไทย  

รวมทั้งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  และชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงร่วมออกแบบกับนักประวัติศาสตร์และนักออกแบบชาวไทย

อย่างไรก็ตาม การจัดแสดงฉลองพระองค์และเครื่องแต่งกายแห่งราชสำนักไทย ควบคู่กับงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า สะท้อนถึงความประณีตของภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการสืบสานมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเสนอขึ้นทะเบียนชุดไทยพระราชนิยม ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก  (UNESCO) เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ประจำปี 2569  อันสะท้อนถึงคุณค่า ความงดงาม และการสืบทอดมรดกสิ่งทอของไทยสู่สากล.