สมาชิก
เปิดให้พสกนิกรวันแรก เข้ากราบพระศพ "พระองค์ภา

เปิดให้พสกนิกรวันแรก เข้ากราบพระศพ "พระองค์ภา

-ก+

แชร์ข่าว

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.วันแรก ที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ของทุกวัน โดยกำหนดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ใน 3 ช่วงเวลา ดังนี้ ช่วงที่ 1 เวลา 08.00-10.00 น. ช่วงที่ 2 เวลา 11.30-16.00 น. และช่วงที่ 3 เวลา 20.00-21.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ท้องสนามหลวง มีประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งใน กทม.และจังหวัดต่างๆ อาทิ เพชรบุรี ชลบุรี นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร นครปฐม ฯลฯ แต่งชุดไว้ทุกข์เดินทางมาเข้าคิวบริเวณเต็นท์พักคอยที่กรุงเทพมหานครจัดไว้บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศใต้ เพื่อรอเข้ากราบถวายบังคมพระศพตั้งแต่เช้ามืด ด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา

จากนั้นเจ้าหน้าที่จิตอาสาจะพาลงไปที่อุโมงค์หน้าพระลาน บริเวณทางเข้าที่ 1 โดยทุกคนจะต้อง ผ่านการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระและผ่านเข้าเครื่องสแกนเพื่อถ่ายรูปหน้าเครื่องสแกนเสร็จแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบเรื่องการแต่งกายให้มีความพร้อมตามระเบียบสำนักพระราชวัง เช่นเดียวกับการเข้าถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพียงแต่ผู้ที่เข้ากราบถวายบังคมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา จะได้รับสติกเกอร์รูปหัวใจ เป็นสัญลักษณ์ผ่านการคัดกรอง ต่างจากกับเข้าถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทจะได้รับสติกเกอร์รูปโบ

สำหรับสุภาพสตรีที่ไม่ได้สวมกระโปรงผ้าหรือผ้าถุงมา จะต้องเปลี่ยนผ้าถุงที่จุดบริการให้ยืมผ้าถุง ที่บริเวณอุโมงค์หน้าพระลาน ทางออก 2 โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1.ผู้รับบริการยื่นบัตรประชาชน/ พาสปอร์ต ในการลงทะเบียน ณ จุดยืมผ้าถุง 2.เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนและส่งคืนบัตรประชาชน/พาสปอร์ต ให้ผู้รับบริการ 3.ผู้รับบริการ คืนผ้าถุง ณ จุดคืนผ้าถุง บริเวณทางออกประตูวิมานเทเวศร์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ทยอยปล่อยแถวประชาชนทีละ 30 คน ให้เดินเข้าพระบรมมหาราชวังที่ประตูมณีนพรัตน์แล้วเลี้ยวซ้าย เดินเลียบกำแพงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผ่านห้องจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง เข้าวัดพระศรีรัตน ศาสดาราม เลี้ยวซ้ายไปตามระเบียงคด ฝั่งทิศใต้ ออกประตูพระศรีรัตนศาสดา เดินผ่านหมู่พระมหามณเฑียร พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท จากนั้นเดินเลี้ยวซ้ายแยกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านกำแพงฝั่งทิศตะวันออก เข้าประตูพรหมโสภา สู่จุดพักคอยหน้าพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ข้างพระที่นั่งพิมานรัตยา ก่อนขึ้นกราบถวายบังคมพระศพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเสร็จแล้ว เมื่อลงจากพระที่นั่งพิมานรัตยา เดินออกทางประตูอนงคลีลา และประตูอุดมสุดารักษ์ตามลำดับ

บรรยากาศการกราบถวายบังคมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เบื้องหน้าพระโกศ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัย ประชาชนทุกเพศทุกวัยต่างขึ้นกราบถวายบังคมพระศพด้วยความจงรักภักดี บางรายถึงกับร่ำไห้ไม่หยุด

นางสมนา มีคุณ อายุ 70 ปี ชาวเพชรบุรี กล่าวว่า เดินทางจากจังหวัดเพชรบุรีถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เช้าวันรุ่งขึ้นเดินทางมาถึงสนามหลวงเวลา 06.30 น. เข้าจุดคัดกรองตามเส้นทางที่กำหนด และได้เข้ากราบสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เบื้องหน้าพระโกศ ในช่วงเวลาแรก รู้สึกเศร้าและใจหาย เพราะเป็นความสูญเสียพระบรมวงศานุวงศ์อีกครั้งของชาวไทย ทรงมีพระกรุณาธิคุณมากมาย ตนในฐานะอดีตพยาบาล รู้สึกซาบซึ้งในพระเมตตา ทรงให้ความสำคัญกับการป้องกันการติดเชื้อ HIV ไม่เพียงผู้ป่วยโรคเอดส์ทั่วไป แต่ทรงใส่ใจนักโทษหญิงตั้งครรภ์และเด็กที่เกิดในเรือนจำที่ติดเชื้อ ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทรงงานร่วมกับองค์กรระดับนานาชาติ ทรงรับการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ พระเกียรติคุณขจรไกลไปทั่วโลก