สมาชิก
มูลนิธิ ณภาฯ หนึ่งในพระราชดำริ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา" เพื่อพัฒนาผู้ก้าวพลาด สร้างคนดีคืนสังคม

มูลนิธิ ณภาฯ หนึ่งในพระราชดำริ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา" เพื่อพัฒนาผู้ก้าวพลาด สร้างคนดีคืนสังคม

-ก+

แชร์ข่าว

จากพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่ "มูลนิธิ ณภาฯ" องค์กรที่เปรียบเสมือนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่พร้อมให้อภัยเสมอ มุ่งหยิบยื่นโอกาส ฟื้นฟูจิตใจ และสร้างอาชีพให้ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ผ่านผลิตภัณฑ์แบรนด์ "จัน" และ "ธรา" เพื่อคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน

พระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้ง มูลนิธิ ณภาฯ เมื่อปี พ.ศ. 2557  ซึ่งพระองค์ประสงค์ให้ ณภาฯ เป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งสร้างความตระหนักแก่สังคมให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มคนเหล่านี้


สำหรับความหมายของ ณภาฯ ประการแรก คือ เป็นคำพ้องเสียงกับ คำว่า นภา อันหมายถึงท้องฟ้า แสดงให้เห็นถึงความกว้างใหญ่ไพศาล เปรียบเสมือนจิตใจที่พร้อมที่จะให้อภัยและให้โอกาสเสมอ ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า "ที่แห่งนี้จะมองเห็นและให้โอกาสทุกคน อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีที่สิ้นสุด"

ประการที่สอง เมื่อนำความหมายของคำว่า ณ อันหมายถึง อยู่ที่นี่ และ ความหมายของคำว่า ภาฯ อันเป็นพระนามโดยย่อของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มารวมกัน จึงมีความหมายโดยนัยว่า "อยู่กับพระองค์ท่าน ก้าวไปพร้อมกันกับพระองค์ท่าน ณ ที่แห่งนี้ ที่ ณภาฯ" อันแสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ท่านอย่างแท้จริง

สำหรับ มูลนิธิ ณภาฯ ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ต้องขังหญิง ผู้ต้องขังชาย และกลุ่มผู้พ้นโทษหญิง ผู้พ้นโทษชาย เป็นกลุ่มแรก โดยมีการจัดโครงการเข้าฝึกอบรมวิชาชีพและการผลิต  ภายในเรือนจำและภายในมูลนิธิ ณภาฯ โดยโครงการที่น่าสนใจ มีดังนี้


1. โครงการพัฒนาหลักสูตรเพื่ออบรมผู้พ้นโทษกลุ่มผู้เสพยาเสพติดเพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดซ้ำ

โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษา ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้านบุคลิกภาพและเจตคติของการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิงที่กระทำผิดในคดีการเสพยาเสพติด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรการอบรมผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษที่มีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ต้องขัง ก่อนการพ้นโทษ ให้มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งจะนำไปสู่การลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า ตัวแปรที่ส่งผลต่อการกระทำผิดซ้ำ ได้แก่ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม ความรู้สึกผิด และการมีความหวัง 


อย่างไรก็ดี โครงการนี้ ถือเป็นโครงการต้นแบบสำหรับการพัฒนาบุคลิกภาพและแนวคิดของผู้พ้นโทษ กลุ่มคดียาเสพติด ที่มุ่งหวังว่าจะสามารถนำไปต่อยอดและใช้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวกลุ่มเป้าหมาย และสังคมต่อไป


2. โครงการฝึกอบรมวิชาชีพ ผ่านการผลิตสินค้าแบรนด์ chann หรือ จัน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้พ้นโทษได้มีโอกาสฝึกอาชีพ เพื่อประกอบอาชีพสุจริตและนำไปสู่การมีรายได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง สามารถเลี้ยงดู ตนเองและครอบครัวได้อย่างภาคภูมิใจ เป็นการส่งต่อพลังบวกและช่วยลดโอกาสในการกระทำผิดซ้ำอีกทางหนึ่งด้วย

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิ ณภาฯ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา "จัน" และ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา "ธรา" โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิ ซึ่งก่อให้เกิดรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาส


ทั้งนี้มูลนิธิ ณภาฯ ไม่เพียงแต่เป็นองค์กรที่คอยหยิบยื่นโอกาสให้แก่ผู้ก้าวพลาด แต่ยังเป็นประจักษ์พยานสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึง น้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า พระองค์ทรงมองเห็นคุณค่าและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่ทรงละทิ้งผู้ใดไว้เบื้องหลัง

"เปรียบดั่งท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล ที่พร้อมจะโอบกอด ให้อภัย และมอบโอกาสแห่งการเริ่มต้นใหม่เสมอ"


ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ในการมุ่งช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส พระองค์ทรงเปลี่ยนพื้นที่หลังกำแพงให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ชุบชีวิตใหม่ด้วยการฝึกวิชาชีพ และฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาเข้มแข็ง การดำเนินงานของมูลนิธิ ณภาฯ จึงนับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยต่อลมหายใจและสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ผู้พ้นโทษ แต่ยังเป็นการส่งมอบพลังบวก เพื่อคืนคนคุณภาพกลับสู่ครอบครัว และสร้างสรรค์สังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยความเข้าใจอย่างยั่งยืนสืบไป