สมาชิก
“เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ผู้นำทางวัฒนธรรมรุ่นใหม่ แปลงภูมิปัญญาไทยเป็นพลังสร้างสรรค์ระดับโลก

“เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ผู้นำทางวัฒนธรรมรุ่นใหม่ แปลงภูมิปัญญาไทยเป็นพลังสร้างสรรค์ระดับโลก

-ก+

แชร์ข่าว

ไม่เพียงแต่จะทรงมีบทบาทโดดเด่นในฐานะ “ผู้นำทางวัฒนธรรมรุ่นใหม่” โดยขยายแนวคิดที่ริเริ่มมาจาก “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” และ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ไปสู่โลกแห่งแฟชั่น, กีฬา และงานดีไซน์ร่วมสมัย “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ยังทรงมีพระปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้วัฒนธรรมไทยร่วมสมัยได้จริง โดยเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องใหม่ให้โลกฟัง ทรงใช้ผ้าไทยก้าวข้ามขอบเขตของคำว่าอนุรักษ์ ไปสู่การสร้างสรรค์อย่างมีชีวิตชีวาในโลกแฟชั่นร่วมสมัย ทรงให้กำเนิดแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ซึ่งเป็นมากกว่าแบรนด์แฟชั่น แต่คือแพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมที่นำผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยก้าวสู่รันเวย์ระดับโลก


ตลอดเวลาที่ผ่านมา “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ใน “สมเด็จพระบรม ราชชนนีพันปีหลวง” ทรงนำพระประสบการณ์ด้านการศึกษาและการทรงงาน ประกอบกับพระอัจฉริยภาพด้านแฟชั่น, ศิลปะ และการออกแบบ บูรณาการกับการศึกษาค้นคว้าภูมิปัญญาพื้นถิ่น นำมาซึ่งแนวพระดำริฯ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อให้ผ้าไทยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของประชาชนทุกเพศทุกวัย โดยเชิญชวนผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผ้าไทย, นักออกแบบแถวหน้าระดับประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และให้คำปรึกษาแก่กลุ่มช่างทอผ้า, ผู้ผลิต และผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทย


ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการผ้าไทยคือ ผ้าลายพระราชทานเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ผ่านการศึกษาค้นคว้าลวดลายผ้าโบราณจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และทรงนำมาออกแบบผสมผสานเกิดเป็นลวดลายผืนผ้าต้นแบบที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เริ่มตั้งแต่ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี, ผ้าบาติก ลายปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง, ผ้าบาติกลายป่าแดนใต้, ผ้าบาติก ลายท้องทะเลไทย, ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา, ผ้าลายดอกรักราชกัญญา และผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์ อีกทั้งยังทรงริเริ่มแนวพระดำริฯ “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ส่งเสริมทุกกระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรมไทยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, ผู้สร้างสรรค์ และผู้สวมใส่ สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แจ่มชัด


เพื่อเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกสดุดีพระกรณียกิจ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” พร้อมทูลเกล้าฯถวายเพื่อพระราชทานแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดผ้าไทย ประจำปี 2568 ในพิธีเปิดงาน “Silk Festival 2025” เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เหรียญรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ถูกจัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสดุดีพระกรณียกิจในการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม, ส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ประกอบด้วย เหรียญทอง, เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง โดยมีความงดงามและเปี่ยมด้วยความหมายในทุกรายละเอียด “ด้านหน้า” อัญเชิญพระรูป “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” มาประทับอย่างสง่างาม และ “ด้านหลัง” จารึกรูปเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (องค์การยูเนสโก) ทูลเกล้าฯถวาย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เพื่อยกย่องบทบาทสำคัญในการ “Bring the Village to the World” และการสงวนรักษาวัฒนธรรมไทยสู่สากล

“สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน “Silk Festival 2025 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” มหกรรมผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี พร้อมกันนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญและโล่รางวัลรุ่นใหม่นี้แก่ผู้มีผลงานยอดเยี่ยม จำนวน 54 ราย ประกอบด้วย ผู้ชนะการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์”, ผู้ชนะโครงการ Young OTOP และ Young Designer 2025 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่สืบไป

พระวิสัยทัศน์และพระกรณียกิจที่สร้างประโยชน์มหาศาลนี้ ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยองค์การยูเนสโก ภายใต้การนำของ “นางโอเดรย์ อาซูเลย์” ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ได้ขอพระราชทานถวายการประกาศเชิดชูพระเกียรติ และถวายเหรียญสดุดีพระกรณียกิจ ด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม และการส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ รวมทั้งการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ขณะที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ถวายรางวัล “WIPO Award for Creative Excellence 2025” เพื่อประกาศเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพทางด้านการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่น, งานลิขสิทธิ์ และการนำทรัพย์สินทางปัญญา มาใช้ยกระดับศักยภาพช่างฝีมือในชุมชนท้องถิ่น รางวัลระดับโลกนี้นับเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินและนักออกแบบทั่วโลก

การปลุกกระแสผ้าไทยให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยนำเอกลักษณ์ดั้งเดิมในการทอผ้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย มาประยุกต์ใหม่เพิ่มลวดลายเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์และมีความหมาย ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสวมใส่ผ้าไทยอย่างจริงจัง แต่ยังส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ช่วยชุบชีวิตในยามวิกฤติ เพิ่มรายได้และต่อลมหายใจให้ชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ได้มีรายได้จุนเจือครอบครัว และสามารถพึ่งพาตนเองได้ นับเป็นน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย.

ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ