“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”...พระปฐมบรมราชโองการเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 เป็นที่ประจักษ์ถึงพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่ทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐานจะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ปกครองราชอาณาจักรไทยโดยทศพิธราชธรรมจริยา เพื่อความอยู่ดีมีสุขของปวงชนชาวไทย
จากต้นทางการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงชนชาวไทยของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร” และ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ได้ไหลรินต่อเนื่องด้วยน้ำพระราชหฤทัยตราบจนปัจจุบัน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการ “ครองแผ่นดิน” และ “สร้างประโยชน์สุข” เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต “อาณาราษฎร”
นับแต่ครั้งทรงพระเยาว์ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โดยเสด็จ “พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร” พร้อมด้วย “สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปีหลวง” ไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาค ทำให้ทรงทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ต่างๆอย่างถ่องแท้ กระทั่งปัจจุบัน ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน โดยพระราชทานแนวพระราช ดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินงานในลักษณะการประสานงานร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งการดำเนินชีวิต ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูลกัน ซึ่งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 5,176 โครงการ ถือเป็นแหล่งศึกษาทดลอง วิจัย และเป็นตัวอย่างความสำเร็จ ให้ราษฎรเข้าไปเยี่ยมชม เรียนรู้ และนำกลับไปปรับประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพตามลักษณะภูมิสังคมของตนเอง บนพื้นฐานของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอย่างพออยู่พอกินมีความสุขได้
ความอยู่ดีมีสุขของประชาชนนับเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศอาจมีแนวทางการพัฒนาแตกต่างกันไป สำหรับประเทศไทยนับว่าโชคดียิ่งที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมใจของคนในชาติ และเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย พระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆได้ก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดย “พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไว้มากมายหลายด้าน และมีโครงการจำนวนไม่น้อยที่ได้พระราช ทานไว้ ตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช กุมาร” เพื่อช่วยเหลืออาณาราษฎร แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่เสี่ยงภัยก็ตาม
ด้วยสายธารแห่งพระเมตตาที่มีต่อปวงชนชาวไทย มุ่งทำให้อาณาราษฎรได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขบนผืนแผ่นดินไทย โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน และมีส่วนสำคัญที่เข้าไปเสริมแผนงานโครงการต่างๆของภาครัฐ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค การพัฒนาดินเพื่อการเพาะปลูก การพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้ การปรับปรุงพื้นที่ดิน พื้นที่สาธารณประโยชน์ การพัฒนาปรับปรุงดินและพื้นที่แห้งแล้ง การปลูกป่า รวมถึงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม
หนึ่งในตัวอย่างของความสำเร็จคือ “โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร” ที่นอกจากจะเป็นการบรรเทาปัญหาอุทกภัย และพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการทำการเกษตร ราษฎรที่อยู่บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำยังสามารถเข้ามาจับสัตว์น้ำเพื่อดำรงชีพได้ ส่งผลให้ราษฎรบริเวณโครงการมีโอกาสในการประกอบอาชีพที่หลากหลาย สามารถทำการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง และนำไปต่อยอดอาชีพตามความถนัดของตนเอง นับเป็นการเพิ่มโอกาสการพัฒนาให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีแล้ว ยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวมด้วย
เนื่องด้วย “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา และพระปรีชาสามารถทางด้านการทหาร จึงทรงตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง การศึกษา การทหาร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆมากมายตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เริ่มจากการเสด็จฯไปยังภูมิภาคต่างๆ ทอดพระเนตรความเป็นอยู่และทุกข์สุขของราษฎร ทรงเรียนรู้หลักการทรงงานในการพัฒนาประเทศจาก “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร โดยเฉพาะราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ประสบความเดือดร้อน และขาดแคลนสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ได้พระราชทานความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ การพัฒนาทรัพยากร การพัฒนาอาชีพ และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร พร้อมทรงรับโครงการพัฒนาด้านต่างๆไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ในการทรงงานนั้น “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงมีพระวิสัยทัศน์การพัฒนาแบบองค์รวมและรอบคอบ ทรงใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาเพื่อช่วยเหลือราษฎร ทั้งด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ การพัฒนาดิน การพัฒนาป่าไม้ การพัฒนาอาชีพ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังจะเห็นได้จาก “โครงการพัฒนาหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เสด็จฯไปทอด พระเนตรสภาพพื้นที่บริเวณหนองอึ่งด้วยพระองค์เอง และพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือราษฎร โดยให้ปรับปรุงขุดลอกหนองอึ่ง เพื่อให้เป็นแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรและแหล่งเพาะพันธุ์ปลา ให้พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่และสภาพดินโดยรอบหนองอึ่ง ปลูกหญ้าแฝกและต้นไม้ เพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดิน พร้อมกับให้ฟื้นฟูสภาพป่าโดยรวม เพื่อให้คนกับป่าอยู่อย่างเกื้อกูลกัน
เมื่อครั้งเสด็จฯไปทรงเยี่ยมสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ณ บ้านผไทรวมพล อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อน ทั้งด้านแหล่งน้ำ ด้านการเกษตร ด้านอาชีพ ในพื้นที่หมู่บ้านยุทธศาสตร์พัฒนาชายแดน 4 หมู่บ้าน คือ บ้านศรีทายาท บ้านราษฎร์รักแดน บ้านแท่นทัพไทย และบ้านผไทรวมพล
นอกจากนี้ ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ด้อยโอกาส ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาพัฒนาแหล่งน้ำที่มีสภาพตื้นเขินให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับทำการเกษตรและอุปโภคบริโภค รวมทั้งพิจารณาช่วยเหลือเด็กนักเรียนให้มีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอ เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านรุ่งอรุณและบ้านกระหวันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านกระหวัน ตำบลโนนสำราญ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีการพัฒนาขุดลอกแหล่งน้ำ ควบคู่กับการฝึกอบรมการเลี้ยงสัตว์ปีก ทำให้ราษฎรในอำเภอกันทรลักษ์ ได้รับการส่งเสริมอาชีพ ราษฎรที่อยู่ห่างไกลสามารถประกอบอาชีพ เป็นการเพิ่มรายได้ และเพิ่มปริมาณผลผลิตอาหารโปรตีนภายในชุมชนให้มากขึ้น ขณะที่โรงเรียนบ้านท่าสว่าง โรงเรียนบ้านรุ่งอรุณ และบ้านท่าสว่าง สาขากระหวัน ตำบลโนนสำราญ ได้รับการส่งเสริมการทำเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เป็นการลดปัญหาภาวะขาดสารอาหารของนักเรียน ตลอดจนช่วยให้นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรงและเจริญเติบโตได้เหมาะสมกับช่วงอายุ
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ยังทรงตระหนักและให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติ ปรากฏชัดจากพระราชกรณียกิจที่เสด็จ พระราชดำเนินไปในพื้นที่สีชมพู ซึ่งเป็นพื้นที่มีความอันตรายสูง โดยเสด็จฯไปอย่างไม่ย่อท้อเพื่อสำรวจพื้นที่ รับฟังสภาพปัญหาของพื้นที่ เพื่อวางแผนและพระราชทานให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เฉกเช่นเดียวกับการเสด็จฯไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ทุรกันดารภาคกลาง พื้นที่ชายแดนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ จนกลายเป็นที่มาของการพระราชทานความช่วยเหลือผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ
อีกหนึ่งน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ที่สะท้อนถึงการทรงงานด้วยหัวใจคือ การพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2545 เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทรงตระหนักและทรงห่วงใยถึงความเป็นอยู่ของราษฎรเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเดือดร้อนที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง การเกิดพายุ และน้ำท่วม ดังเช่น เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงาน กปร. รีบดำเนินการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ที่ประสบอุทกภัยชำรุดเสียหายจากพายุโซนร้อนเซินกา ให้ใช้การได้โดยเร็ว และเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2560 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการดังกล่าวไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต่อมาในวันที่ 3 ธันวาคม 2560 ได้เสด็จฯไปทรงประกอบพิธีเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือเขื่อนห้วยโสมง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ “พระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ได้พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาต้นน้ำลำธารปราจีนบุรี โดยพิจารณาสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ 3 เขื่อน เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรใช้ทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง และมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคตลอดปี
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงงานเพื่อชาติและประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนก่อให้เกิดผลสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมายที่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค ล้วนแต่แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ถึงความตั้งพระราชหฤทัยมั่นที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่างานตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นแบบอย่างของการนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อความอยู่ดีมีสุขของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ.
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่
