สมาชิก
สองพระราชินีสวีเดน-ไทย เสด็จฯทรงร่วมการประชุม สร้างการรับรู้-รณรงค์ต่อต้านการละเมิดทางเพศเด็ก

สองพระราชินีสวีเดน-ไทย เสด็จฯทรงร่วมการประชุม สร้างการรับรู้-รณรงค์ต่อต้านการละเมิดทางเพศเด็ก

-ก+

แชร์ข่าว

มูลนิธิ World Childhood Foundation ร่วมกับ มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (Safeguardkids Foundation) ของประเทศไทย ได้จัดงานใหญ่เพื่อสร้างการรับรู้ ถึงภัยร้ายแรงและการแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยในวันที่ 15 พ.ค. ได้จัดงาน The Exhibition of Children Projects and ACORN Sit-down Dinner for Donators โอกาสนี้ สมเด็จพระราชินี ซิลเวีย แห่งสวีเดน ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในงาน ณ แกรนด์ฮอลล์ บิวตี้ เจมส์ เซ็นเตอร์ และในวันที่ 16 พ.ค. จะมีการจัดสัมมนาระดับประเทศ Child Protection Summit ในการนี้ สมเด็จพระราชินี ซิลเวียแห่งสวีเดน จะเสด็จฯมาเป็นองค์ปาฐก และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ได้เสด็จฯร่วมงานและพระราชทานพระราชดำรัส ณ องค์การสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

สุริยน ศรีอรทัยกุล ในฐานะรองประธานและกรรมการมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก เปิดเผยว่า สมเด็จพระราชินี ซิลเวียแห่งสวีเดน ทรงร่วมก่อตั้งมูลนิธิ World Childhood Foundation กับคุณสเวน ฟิลลิป ซอเรนเซน และได้ช่วยรณรงค์สร้างการรับรู้ในเรื่องการละเมิดทางเพศเด็กมานานกว่า 20 ปีแล้ว และได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (Safeguardkids Foundation) ของประเทศไทย จนสามารถผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก ในปี 2558 สำเร็จ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราควรที่จะมีการอัปเดตและสร้างการรับรู้ในวงกว้างขึ้น ให้ผู้คิดกระทำความผิดได้ตระหนักถึงโทษที่ร้ายแรง และให้ความรู้แก่ผู้ปกครองว่ามีกฎหมายนี้ที่จะเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้ โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้จัดงานใหญ่ 2 งาน คืองานแรก The Exhibition of Children Projects and ACORN Sit-down Dinner for Donators ภายในงานจะแสดงงานออกแบบของที่ระลึก ที่พระราชินี ซิลเวียแห่งสวีเดน ทรงออกแบบเพื่อจัดจำหน่าย และนำรายได้ หักค่าใช้จ่าย มาช่วยเรื่องของการสร้างการรับรู้ ผ่านกิจกรรมการรณรงค์ รวมไปถึงการจัดการประชุมต่างๆ ส่วนงานในวันที่ 16 พ.ค. พระราชินี ซิลเวีย แห่งสวีเดน และสมเด็จพระราชินี ของประเทศไทย ทั้งสองพระองค์ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้เสด็จมาร่วมงานทั้งสองพระองค์ และทรงมีพระราชดำรัส นับเป็นเรื่องที่ดีที่ได้เห็นว่า ประเทศไทยเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้

รองประธานและกรรมการ มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก กล่าวต่อว่า ในการจัดงานครั้งนี้เราคาดหวังว่า จะมีการส่งเสริมเร่งรัด ในเรื่องกฎหมาย ให้ภาครัฐ ผู้ที่เกี่ยวข้องมีเครื่องมือในการดำเนินการกับผู้กระทำผิด ทั้งในเรื่องจับกุม และลงโทษ ให้คนที่คิดจะทำไม่กล้าทำ เหมือนกรณีเมาไม่ขับ ทำให้มีคนกลัว และลดการกระทำผิด

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ปกครองพ่อแม่ในยุคนี้ต้องสอดส่องดูแล และเข้าใจกฎหมายเพื่อที่จะไปสอนลูกๆว่า ถ้ามีใครมาทำอะไรแบบนี้กับเรา ไม่ต้องอายให้มาบอกพ่อแม่ เพื่อพ่อแม่ไปเล่นงานในด้านกฎหมายได้ เคยมีกรณีที่เด็กบางคนอับอายจนฆ่าตัวตาย ดังนั้นเราต้องสร้างการรับรู้ ว่าไม่ใช่ความผิดของเด็ก สังคมให้อภัย คนที่ส่งต่อแชร์คลิป หรือคนที่มาขู่ ต้องจัดการ ไม่ใช่เด็กต้องมาได้รับความอับอาย การรับรู้จึงมีความสำคัญ และควรส่งเสริมให้สังคมตระหนักในเรื่องนี้.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่