นับเป็นเวลานานนับสิบปีที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระอัยกา และ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดา ในการบรรเทาทุกข์บำรุงสุขพสกนิกรชาวไทย
พระกรณียกิจหนึ่งที่ทรงงานมาตลอดเกือบ 30 ปี ในการบรรเทาทุกข์คนไทยที่ประสบอุทกภัย ผ่านการทรงงานในมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยเริ่มต้นจากในปี 2538 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงออกปฏิบัติภารกิจในโครงการฯเป็นครั้งแรก โดยเสด็จออกรับน้ำใจจากผู้ไม่ประสบอุทกภัยที่สถานีบริการน้ำมัน และได้เสด็จพระดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ประสบภัย น้ำท่วม การออกปฏิบัติพระกรณียกิจในครั้งนี้ ส่งผลให้มีการได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนได้ จัดตั้งเป็นมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ในปี 2544 ปัจจุบันสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า พัชรกิติยาภาฯ ในฐานะ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้ทรงพัฒนา การทำงานจนสามารถช่วยเหลือประชาชน ชาวไทยที่เดือดร้อนจากอุทกภัย ได้อย่างครบวงจรและยั่งยืน โดยมีการเฝ้าระวัง ด้วยการติดตั้ง “สถานีโทรมาตรอัตโนมัติ” เพื่อเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที มีส่วนสำคัญในการช่วยเตือนและป้องกันการเกิดอุทกภัยช่วยลดความสูญเสีย การบรรเทาทุกข์ด้วยการแจกถุงยังชีพและอาหาร ซึ่งบ่อยครั้งที่จะได้เห็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงร่วมบรรจุสิ่งของเหล่านั้นลงในถุงยังชีพฯด้วยพระองค์เอง และการทำงานขั้นสุดท้าย คือการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ โดยมีหลากหลายโครงการที่จะช่วยผู้ประสบอุทกภัยให้กลับมามีคุณภาพชีวิต มีอาชีพดังเดิม อาทิ โครงการ “ฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน” โดยมูลนิธิฯร่วมกับหน่วยงานราชการ และนักศึกษาในพื้นที่ ทำความสะอาดและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในชุมชน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังทรงนำความรู้ด้านกฎหมายมาให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มผู้ที่ก้าวพลาดทำให้ชีวิตต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและผู้ขาดโอกาสกลุ่มอื่นๆ ให้สามารถมีโอกาสกลับมาดำรงชีวิตเป็นคนดีของสังคมได้อย่างปกติสุข ผ่านความช่วยเหลือในโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ก่อตั้งขึ้น ในปี 2549 และได้มีการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันได้ให้การสนับสนุนและขยายความร่วมมือ ตลอดจนความช่วยเหลือไปยังทัณฑสถานและเรือนจำต่างๆ อาทิ โครงการแม่และเด็ก โครงการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการกำลังใจเชิงลึก และโครงการในพระดำริอื่นๆ
จากนั้นได้มีการต่อยอดความช่วยเหลือสร้างโอกาสให้แก่เยาวชนที่ด้อยโอกาส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มีพระดำริให้จัดตั้งโครงการ BOUNCE BE GOOD ขึ้น เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนซึ่งเคยผ่านการกระทำผิด เสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ รวมถึงเด็กขาดโอกาสทางสังคม โดยใช้ทักษะทางด้านกีฬาช่วยในการพัฒนาศักยภาพ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนให้เป็นที่ยอมรับในสังคม และสามารถเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือประกอบอาชีพทางด้านกีฬาในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันโครงการได้พัฒนามาเป็น “สโมสรกีฬาบีบีจี” (BBG : Bounce Be Good-บาวซ์ บี กู้ด) ปัจจุบันสโมสรกีฬาบีบีจี มีประเภทกีฬา 3 ประเภท ได้แก่ เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน และฟุตบอล มีเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ภายใต้การดำเนินงานของสโมสรกีฬาบีบีจี จำนวน 883 คน มียิมกีฬาภายใต้การดูแลของสโมสรรวมทั้งสิ้น 13 ยิม โดย 8 แห่ง ภายใต้ สังกัดกรมพินิจฯ 3 แห่ง ภายใต้สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชนและอีก 1 แห่ง ในพื้นที่เสี่ยงต่อยาเสพติด โดยในอนาคตสโมสรกีฬาบีบีจีจะมีการขยายโครงการอีก 6 แห่ง ไปยังพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก เฉียงเหนือ โดยภาคเหนือ ได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 7 จังหวัด เชียงใหม่ โรงเรียนไทยภูเขา (นพค.32) พื้นที่เสี่ยงต่อยาเสพติดในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี
นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยังได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เข้ามาช่วยในการพัฒนาชุมชน รวมถึงแก้ไขปัญหาหนี้สิน ความยากจนและขาดแคลนในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2557 ที่ได้ทรงริเริ่มโครงการ จนพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพระดำริฯ ที่มีวัตถุประสงค์ในการเป็นแหล่งทดลองและถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตเพื่อให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพระดำริฯ มีสมาชิกทั้งสิ้น 400 คน จาก 9 หมู่บ้าน มีการจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์ฯของชุมชนเพื่อช่วยกันพัฒนาองค์ความรู้ของศูนย์ฯ และได้มีการทดลอง พัฒนา ปรับปรุงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆของชุมชน อาทิ การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ชุมชน การนำโคกหนองนาโมเดลมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มการกักเก็บน้ำในพื้นที่ เป็นต้น อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้เกิดกลุ่มอาชีพต่างๆภายในศูนย์ฯ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสมาชิกศูนย์ฯและหาช่องทางการตลาด เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน ทั้งนี้ สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ฯ ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ฯได้วางแผนยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่ศูนย์ฯ ให้เป็นพื้นที่อินทรีย์ต้นแบบ โดยได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนในการบูรณาการองค์ความรู้และพัฒนาพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ยั่งยืน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและประเทศชาติต่อไป และโครงการต่างๆในพระดำริเหล่านี้ได้มีส่วนช่วยให้ปวงชนชาวไทยได้อยู่ดีมีสุข สร้างโอกาสให้แก่ทุกคนทุกชนชั้นได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ขอถวายพระพรให้พระองค์ ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.
ทีมข่าวหน้าสตรี
