สมาชิก
"ร.10-ราชินี" เสด็จเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ

"ร.10-ราชินี" เสด็จเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ

-ก+

แชร์ข่าว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ท่ามกลางพสกนิกรสวมเสื้อเหลืองเฝ้ารับเสด็จเนืองแน่น ก่อนเสด็จฯไปทรง บำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ต.ค. ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เผยในหลวงรัชกาลที่ 10-พระราชินี มีพระราชปณิธานและทรงตั้งพระราชหฤทัยเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอุทิศพระราชทานที่ดิน 279 ไร่ของพื้นที่อดีตสนามม้านางเลิ้ง สร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง รวมถึงให้เป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครชั้นในเพื่อประโยชน์ของปวงชน

นับเป็นอีกหนึ่งวันในประวัติศาสตร์ชาติและเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความปลื้มปีติของปวงชนชาวไทย ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เปิดพระบรม ราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อเย็นวันที่ 13 ต.ค. โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จด้วย

ภายหลังเสด็จฯถึง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัยแล้วประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล เมื่อประธานสงฆ์ถวายศีลจบแล้ว เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังโต๊ะเครื่องบวงสรวงสังเวย ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงินและธูปที่โต๊ะเครื่องบวงสรวงสังเวย แล้วทรงจุดธูปหางปักที่เครื่องสังเวยและทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐานถวายเครื่องราชสักการะ ทรงโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะเครื่องบวงสรวงสังเวย จากนั้นเสด็จออกจากมณฑลพิธีบวงสรวงไปยังแท่น ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมพระบรมรูป พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แล้วเสด็จขึ้นลานพระบรมราชา นุสาวรีย์ฯ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นคำจารึกที่ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่ม ดอกไม้ ทรงวางพวงมาลัยแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มของสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวงและทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงวางพวงมาลัยและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาและสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงวางพุ่ม ดอกไม้ทรงวางพวงมาลัยและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ในพลับพลาพิธี แล้วทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก แล้วเสด็จไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์และเสด็จออกจากพลับพลาพิธีพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้ง 2 พระองค์ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญ พระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2565 โดยระหว่างเสด็จฯไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง พสกนิกรที่เฝ้าฯรับเสด็จภายในบริเวณพระราชานุสาวรีย์ ต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” เสียงดังกึกก้องด้วยความปลื้มปีติยินดีที่ได้เห็นพระพักตร์ในหลวง ร.10 และสมเด็จพระราชินีและพระเจ้าลูกเธอทั้ง 2 พระองค์ อย่างใกล้ชิด

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิและพระอัฐิแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระสงฆ์ 89 รูป สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ 89 รูป และที่ถวายพระธรรมเทศนา สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเสด็จฯกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

สำหรับอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 9 เกิดขึ้นจากพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงตั้งพระราชหฤทัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทรงอุทิศพระราชทานที่ดินผืนนี้ซึ่งมีจำนวน 279 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมสามแยกนางเลิ้ง ล้อมรอบด้วยถนนสวรรคโลก ถนนศรีอยุธยา ถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลกที่เคยเป็นที่ตั้งของราชตฤณมัยสมาคมหรือสนามม้านางเลิ้ง ที่หมดสัญญาเช่ากับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในปี 2561 มาสร้างเป็นสวนสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนและให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง ผ่านองค์ความรู้เรื่องป่าและน้ำ ที่ถูกนำมาใช้เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบสวนที่เป็นแบบ Modern Park โดยให้มีความเกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลายอย่างและมีจุดเด่นคือบ่อน้ำเลข ๙ ไทย

ส่วนพื้นที่ตรงกลางที่เป็นจุดหลักของอุทยานฯ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ประชาชนที่อยู่บริเวณถนนรอบอุทยานจะสามารถมองเห็นพระบรมราชานุสาวรีย์ได้ทั้งหมดและอุทยานฯแห่งนี้ ยังเป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่เป็นสวนสาธารณะแนวสวนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่อีกแห่งในเขตกรุงเทพฯชั้นในรองจากสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ ที่จะช่วยลดปัญหามลภาวะเป็นพิษได้

ในส่วนองค์พระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 มีขนาดความสูง 7.41 เมตร หรือขนาด 4 เท่าของพระองค์จริง ในฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หันพระพักตร์ไปทางพระตำหนักสวนจิตรลดา ถนนศรีอยุธยา หล่อด้วยโลหะสำริด ฐานพระบรมรูปตั้งอยู่บนลานรูปไข่ ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สูง 18.7 เมตร แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นผังแปดเหลี่ยม ตามคติพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ อันเป็นสัญลักษณ์เบื้องแรกแห่งการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ทั้ง 8 เหลี่ยมมีแผ่นจารึกถึงพระราชประวัติและพระมหากรุณาธิคุณในพระ บาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อนำพาประเทศชาติอยู่ดีมีสุข อันก่อให้เกิดความผูกพันและความจงรักภักดีที่ประชาชนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ ในการเสด็จฯเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 9 มีพสกนิกรชาวไทยจากทั่วสารทิศจำนวนมากสวมใส่เสื้อสีเหลืองมาเฝ้ารับเสด็จฯ ขณะเดียวกันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯจัดตั้งโรงครัวพระราชทานบริการอาหารเครื่องดื่มแก่ประชาชนที่เข้าร่วมรับเสด็จฯ มีผู้ประกอบการร้านอาหารที่เป็นสมาชิกสมาคมภัตตาคารไทยจิตอาสาพระราชทาน 904 ฝ่ายพลาธิการ กองทัพบก ร่วมเตรียมอาหารพระราชทาน อาทิ ข้าวเหนียวไก่ย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง ไอศกรีมกะทิสด ข้าวไก่สไปซี่+น้ำจิ้มแจ่ว มะม่วงน้ำปลาหวาน ขนมจีนน้ำยา ลูกชิ้นทอด หมูหัน เอ็นตุ๋นหมูน้ำแดง ข้าวไก่อบ สลัดกุ้งทอด บะหมี่ลูกชิ้นปลา ข้าวหน้าเป็ด ส้มตำ ผัดไทย ฯลฯ รวมกว่า 50,000 ชุด ให้ประชาชนที่เข้าร่วมงาน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไปจนถึงหลังเสร็จพิธี นอกจากนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปิดอุทยานฯให้ประชาชนได้เข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค. เวลา 08.00-19.00 น. โดยมีวงดุริยางค์ 4 เหล่าทัพ แสดงดนตรีให้ฟัง ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น.

นางบุญทริกา แซ่จัง ชาวอ่อนนุช กทม. กล่าวว่า เดินทางจากบ้านมาตั้งแต่ตี 3 ตั้งใจมาเฝ้าฯรับเสด็จ และอยากมาช่วยงานโรงครัวพระราชทาน คิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และคิดถึงสมัยเฝ้าฯในหลวง ร.10 ตั้งแต่อยู่นครศรีธรรมราช ขณะที่ประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งใจมารับเสด็จอย่างใกล้ชิด รวมถึงวันนี้เป็นวันน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกา ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงตั้งใจกันว่าจะไปรับเสด็จทุกที่ที่ในหลวง-ราชินี เสด็จพระราชดำเนิน

ก่อนหน้านี้เช้าวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ข้าราชการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมพิธี

นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดงานศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ ปีที่ 6 “ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ” เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน มีแพทย์ พยาบาล บุคลากรศิริราช รวมถึงประชาชนใส่เสื้อสีเหลืองร่วมงานจำนวนมาก ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำกล่าวสดุดีและนำยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที จากนั้นเป็นพิธีสวดพระพุทธมนต์และสวดสดับปกรณ์ เจริญจิตตภาวนาเป็นเวลา 9 นาที