ศิลปะการทอผ้าไหมชุมชนบ้านหนองแข้ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ถือเป็นต้นกำเนิดของผ้าไหมคุณภาพที่ได้รับความนิยมมาช้านาน
ย้อนไปปี พ.ศ.2518 เมื่อครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปที่โรงเรียนร่มเกล้า ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ พระองค์ท่านทอดพระเนตรผ้าไหมที่ คุณยายไท้ และ คุณยายทุ้ม สวมใส่รับเสด็จ
สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงสนพระทัยผ้าไหม และตรัสถาม คุณยายไท้-คุณยายทุ้ม ว่า “ผ้าไหมสวยดี ที่บ้านมีอีกไหม อยากให้ทอไว้มากๆเดี๋ยวจะไปซื้อ” สร้างความปลาบปลื้มปีติให้กับคุณยายทั้งสอง
หลังจากนั้นอีก 3 ปี คือ พ.ศ.2521 สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปบ้านของคุณยายจริงๆ โดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้ามาก่อน สร้างความตกตะลึงให้คุณยายทั้งสองเป็นอย่างมากในการเสด็จฯมาของพระองค์ท่าน
เหมือนดั่งความฝันของ คุณยายไท้-คุณยายทุ้ม ที่คิดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ เพราะคุณยายเป็นเพียงราษฎรยากจนคนหนึ่ง บ้านก็เก่าผุพัง ตามสภาพ ทำให้คุณยายทั้งสองต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ต่อมาปี พ.ศ.2535 บ้านหนองแข้ ได้รับแต่งตั้งเป็นหมู่บ้านตามโครงการพระราชดำริ และได้รับการส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหมให้กับชาวบ้าน
จากนั้นเป็นต้นมาทำให้บ้านหนองแข้เป็นที่รู้จักของผู้คนมากมายด้านการทอผ้าไหมและกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้ง “กลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองแข้” ในปี พ.ศ.2536
ดร.ชูพงษ์ คำจวง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สกลนคร เผยว่า สกลนครเป็นจังหวัดที่ สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหมให้กับชาวบ้านเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา และ ผ้าไหมบ้านหนองแข้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของผ้าไหมที่กระจายไปทั่วประเทศ
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2565 กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ อบจ.สกลนคร และ สมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด
ร่วมกันจัดงาน “เทิดไท้ 90 พรรษาพระมารดาแห่งไหมไทย” ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมืองสกลนคร ระหว่างวันที่ 12-21 มิถุนายนนี้ รวม 10 วัน 10 คืน
โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะเดินทางมาร่วมงาน พร้อมนำข้าราชการทุกหมู่เหล่า พ่อค้าประชาชนร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภายในงานจะมีการจัดแสดงต่างๆมากมาย เช่น การประกวดผ้าไหม, การประกวดการย้อมไหม, การสาวไหม และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
ขบวนแห่ที่แสดงออกถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสาน รวมถึงศิลปินจากโมเดิร์นไนน์ (MCOT) สัญจร
นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้ามากมายจากศูนย์ศิลปาชีพ, สินค้าโครงการพระราชดําริ และสินค้า OTOP ชื่อดังจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน นำมาจัดแสดงให้ประชาชนเลือกชิม ช็อป ใช้ กันอย่างจุใจ
การจัดงานครั้งนี้จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มานานกว่า 2 ปี.
สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ
