ด้วยทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” และ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของแผ่นดินไทยให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมทอผ้า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ของแต่ละท้องถิ่น “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ได้พระราชทานแบบลายผ้าลายใหม่ “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ผ่าน “นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ “ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ” ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่ช่างทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค นำไปทอผ้า และผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่จะตอกย้ำถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่สังคมไทย
ในคราวเสด็จเป็นองค์ประธานในงาน “OTOP CITY 2020” ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี “สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ได้พระราชทานแบบผ้า “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” พร้อมพระราชทาน พระอนุญาตให้กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติฯ จัดการประกวดลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ต่อมายังได้พระราชทานลายผ้าบาติก 3 ลาย ให้แก่กรมการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วยผ้าปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง, ท้องทะเลไทย และป่าแดนใต้ ที่ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จทอดพระเนตรงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นในภาคใต้หลายครั้ง ทรงพบเห็นวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ พระดำริทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนผ้าลายบาติกพระราชทานนี้ เพื่อพระราชทานแก่ช่างฝีมือบาติก เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพและความจริงใจ ที่ประชาชนภาคใต้มอบให้พระองค์ อีกทั้งเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ด้วยเรื่องราวและความหมายชวนประทับใจ นับเป็นการยกระดับผ้าไทยสู่สากล
เพื่อปลุกกระแสผ้าไทยให้กลับมามีชีวิต โดยนำอัตลักษณ์ดั้งเดิมในการทอผ้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยมาประยุกต์ใหม่เพิ่มลวดลายเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมกลุ่มทอผ้าในชุมชนจังหวัดต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2565 เสด็จไปยังอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เพื่อทรงเยี่ยมกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทอดพระเนตรการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ วัดธาตุประสิทธิ์ และหอประชุมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพฯ และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 90 พรรษา เพื่อสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์สู่คนรุ่นหลัง และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป โดยมีสมาชิก กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯและราษฎรมาเฝ้าฯ รับเสด็จจำนวนมาก
โอกาสนี้ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการตามรอย “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” และ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในการเสด็จ พระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ (พระกฐินต้น) ที่วัดธาตุประสิทธิ์ พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการความเป็นมากลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ครั้นเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2513 ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครพนมในพื้นที่บ้านไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน และบ้านท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยครั้งนั้น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทอดพระเนตรเห็นหญิงชาวบ้านยากจนนุ่งซิ่นไหมมารอเฝ้าฯรับเสด็จบนพื้นดินโคลนที่ชื้นแฉะหลังน้ำท่วม ซิ่นไหมมัดหมี่สวยงามแปลกตานั้นเป็นแรงบันดาลพระราชหฤทัยในการสร้างอาชีพ เพื่อสนองพระราชปณิธานของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ บพิตร” ที่จะทรงช่วยเหลือราษฎรให้พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และเป็นต้นกำเนิดของศิลปาชีพในเวลาต่อมา ปัจจุบันกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯได้สืบทอดภูมิปัญญาสู่ลูกหลาน
ในการนี้ “สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ได้พระราชทานแบบลายผ้าลายใหม่ “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ผ่าน “นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่ช่างทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค นำไปทอผ้า และผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ พร้อมทั้งเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการกลุ่มทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ และนิทรรศการกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รวมทั้งทอดพระเนตร การจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 50 กลุ่ม ซึ่งมีกลุ่มผู้เฝ้าฯรับเสด็จขอพระราชทานคำแนะนำ 35 กลุ่ม และกลุ่มถวายรายงานส่งการบ้านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาตามพระวินิจฉัย 15 กลุ่ม
“นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ” บอกเล่าว่า รู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” พระราชทานแบบลายผ้าลายใหม่ “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” เป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม สะท้อนว่าพระปณิธานที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการพระราชดำริต่างๆ สามารถทำได้สำเร็จจริง และ ให้คุณประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ ทำให้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่สำคัญยังจุดประกายความหวังว่าพระองค์จะไม่ทอดทิ้งประชาชน โดยทรงพยายามพระราชทานองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อพลิกฟื้นผ้าไทยให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง สร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนไทย ผลจากพระปณิธานแน่วแน่ได้ก่อให้เกิดความตื่นตัวในการทอผ้าและการพัฒนาฝีมือเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยพระ เมตตาที่ทรงช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด–19 ทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานรากจากโครงการดังกล่าวมากกว่า 10,000 ล้านบาท และมีคนได้รับประโยชน์โดยตรงนับล้านครอบครัว
ด้าน “ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ” อธิบายถึงความหมายลึกซึ้งของแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก “ผ้าขิดลายสมเด็จ” ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่ราษฎร อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้ร่วมสมัย ซึ่งแต่ละลวดลายเปี่ยมไปด้วยความหมาย คือ 1) ลาย S ที่ท้องผ้า หมายถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นต้นแบบอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ทรงออกแบบให้เว้นช่องว่างไว้เพื่อให้ราษฎรร่วมถักทอลวดลายของตนเองลงในช่องว่าง เป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแต่ละท้องถิ่น ส่วนลายขิดที่เป็นกรอบล้อมรอบตัว S หมายถึงความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ 2) ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึงความรักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่มีต่อปวงชนชาวไทย 3) ลาย S ประกอบกับลายขิดที่เชิงผ้า หมายถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงปรารถนาให้คนไทยอยู่ดีมีสุข 4) ลายต้นสนที่เชิงผ้า หมายถึงพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของโครงการศิลปาชีพฯ ลายต้นสนนี้เป็นลวดลายพื้นถิ่นที่ถักทออยู่บนผืนผ้าของบ้านนาหว้า ซึ่งเป็นจุดกำเนิดโครงการศิลปาชีพฯ และ 5) ลายหางนกยูงที่เชิงผ้า หมายถึงความตั้งพระทัยมั่นของพระองค์ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน.
ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
