สมาชิก
ร.10 พระราชทานอภัยโทษ วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ

ร.10 พระราชทานอภัยโทษ วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ

-ก+

แชร์ข่าว

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ กรุณาพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษ โดยเมื่อวันที่ 14 ส.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2563 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรง พระราชดำริเห็นว่าในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.2563 เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี

โดยผู้ต้องโทษจำคุกไม่ว่ากรณีความผิดคดี เดียวหรือหลายคดี ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่ พ.ร.ฎ.นี้บังคับใช้ โดยนักโทษเด็ดขาดซึ่งต้องโทษตามบัญชีลักษณะความผิดแทบท้ายกฎหมายฉบับนี้ อาทิ ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง ความผิดเกี่ยวกับความยุติธรรม ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเกี่ยวกับก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยโทษจำคุกตลอดชีวิตให้เปลี่ยนเป็นกำหนดจำคุก 50 ปี แล้วให้ลดโทษตามลำดับชั้น โทษจำคุกไม่ถึงตลอดชีวิตให้ลดโทษจากกำหนดโทษตามลำดับชั้นรวมถึงนักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเหลือพนักงานเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีให้ได้ลดโทษลงเป็นพิเศษอีก 1 ปี นักโทษเด็ดขาดที่ต้องโทษประหารชีวิต ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลดโทษลงเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยผู้ได้รับปล่อยตัวต้องผ่านการอบรมตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ได้เรียกประชุม ผู้บัญชาการเรือนจำกำหนดกรอบปฏิบัติตรวจสอบผู้ต้องโทษที่จะได้รับการปล่อยตัวพ้นเรือนจำและลดโทษตามสัดส่วน จากนั้นจะทยอยปล่อยตัวภายในระยะเวลา 3 เดือน จากผู้ต้องขังทั่วประเทศ 382,452 คน มีผู้ต้องขังเด็ดขาด 312,485 คน ผู้ต้องขังที่จะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำประมาณ 40,000 คน นอกจากนี้ มีนักโทษที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับลดวันต้องโทษตามสัดส่วนประมาณ 200,000 คน ผู้ต้องขังบิ๊กเนม เป็นนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ แต่จะได้รับการลดวันต้องโทษตามสัดส่วน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพักการลงโทษ ปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษโดยติดกำไลอีเอ็ม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว เช่น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โทษจำคุก 2 ปี และนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯและอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน จัดอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ ได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3

ขณะที่ผู้ต้องขังที่ได้รับการลดโทษตามสัดส่วนมีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง ต้องโทษจำคุก 6 ปี 24 เดือน และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ อดีต รมช.คลัง ที่ต้องโทษจำคุก 48 ปี ในคดีทุจริตจำนำข้าว จะได้ลดโทษตามสัดส่วน นอกจากนี้กลุ่มนักโทษกลุ่มแกนนำการชุมนุมก่อความไม่สงบปิดล้อมบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ต้องโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล นพ.เหวง โตจิราการ ได้รับการลดโทษเช่นกัน