สมาชิก
“กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงห่วงใยประชาชน จัดตั้งกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิดทันท่วงที

“กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงห่วงใยประชาชน จัดตั้งกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิดทันท่วงที

-ก+

แชร์ข่าว

เพื่อให้สอดคล้องกับแนวพระราชดำริของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ที่ทรงก่อตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที โดยถือคติต้องทำเร็ว, คิดเร็ว และแก้ปัญหาเร็ว องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี” จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19

“ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา บอกเล่าถึงน้ำพระราชหฤทัยว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤติโควิด-19 อย่างทันท่วงที “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้ง “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยบริจาคเงินสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา ผ่านบัญชี “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสวนจิตรลดา บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 067-300487-3 จนถึงขณะนี้มียอดรับบริจาค 78,332,444.57 บาท ขณะเดียวกัน ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้งบประมาณจาก “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19ฯ” สนับสนุนกิจกรรมป้องกันบุคลากรทางการแพทย์เป็นอันดับแรก โดยจัดซื้อห้องคัดกรองและห้องตรวจเชื้อ ซึ่งเป็นนวัตกรรมของปูนซิเมนต์ไทย พระราชทานแก่โรงพยาบาลต่างๆ เริ่มจากโรงพยาบาลนำร่อง 4 แห่ง คือ โรงพยาบาลยุพราชยะหา จังหวัดยะลา, โรงพยาบาลมหาราช นครเชียงใหม่, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ ยังได้จัดซื้อหุ่นยนต์ปิ่นโตและกระจก ระบบสื่อสารทางไกลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระราชทานแก่โรงพยาบาล 75 แห่งทั่วประเทศ

ในโอกาสนี้ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จังหวัดนครนายก ใช้ศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก เป็นสถานที่ฟื้นฟูผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแล้ว ก่อนจะเดินทางกลับบ้านต่อไป โดยสามารถรองรับได้ 100 ราย ที่ผ่านมามีกลุ่มเสี่ยงเข้ามากักตัวดูอาการที่ศูนย์ฯ จำนวน 19 ราย และได้ทยอยครบกำหนดกักกันระวังโรค 14 วัน ตามมาตรการควบคุมโรค หากไม่พบเชื้อ สำนักงานสาธารณสุขนครนายกจะออกใบรับรองอนุญาตให้กลับบ้านได้

ด้วยทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัสจากวิกฤติโควิด-19 “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ยังมีพระราชดำริให้ริเริ่ม “โครงการทหารพันธุ์ดี” นำพืชผักคุณภาพที่ปลูกในค่ายทหารและชุมชนเครือข่าย ออกจำหน่ายแก่ราษฎรในราคาถูก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยได้มีการกระจายการจัดจำหน่ายไปในหลายจังหวัด นอกจากนี้ ยังทรงห่วงใยปัญหาว่างงาน อันเนื่องจากวิกฤติโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ส่งผลให้ประชาชนขาดรายได้ และอาหารการกินมีราคาสูงขึ้น “กรมสมเด็จพระเทพฯ” จึงมีพระราชกระแสให้ “ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ” ทั่วประเทศ ช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของราษฎร โดยเปิดจำหน่ายพืชผักคุณภาพ ราคาถูก ขณะเดียวกัน ก็ได้เตรียมความพร้อมให้ชุมชนเครือข่าย ตระหนักถึงการช่วยเหลือ ตนเองและคนในสังคมอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรม “เรียนรู้ ทำกิน สร้างอาชีพ สู้ภัยโควิด–19” โดยถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้เสริมในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ใหญ่.